9S Caliber คือกลไกเครื่องจักรกลที่ได้รับการพัฒนาโดย Grand Seiko ซึ่งเป็นแบรนด์นาฬิกาลักซ์ชัวรี่สัญชาติญี่ปุ่นที่มีประวัติยาวนานกว่า 60 ปี โดยกลไกนี้ถูกออกแบบใหม่และเปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของยุคใหม่ในการผลิตนาฬิกากลไกจักรกลของ Grand Seiko ซึ่งในช่วงเวลาต่อมาได้กำหนดมาตรฐานการผลิตที่มีชื่อว่า ‘Grand Seiko Standard’ ที่มีความเที่ยงตรงสูงกว่ามาตรฐานในอุตสาหกรรมนาฬิกาในเวลานั้น และในโอกาสครบรอบ 25 ปี Grand Seiko ได้จัดงาน ‘The World of Grand Seiko’ เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ พร้อมกับเปิดตัว Pop Up Store ณ คราวน์ เอเทรียม คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

บรรยากาศภายใน Pop Up Store ได้รับการตกแต่งในคอนเซ็ปต์ ALIVE IN TIME ซึ่งสะท้อนถึงแก่นแท้ของแบรนด์ผ่านการออกแบบที่ยั่งยืนและความงดงามเหนือกาลเวลา โดยมีการนำเสนอเรือนนาฬิกาที่สะท้อนถึงความประณีตของคราฟต์แมนชิพญี่ปุ่นและการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อให้ได้เรือนเวลาที่มีความเที่ยงตรง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบๆ สตูดิโอ Shizukuishi ของ Grand Seiko และมีแขกรับเชิญพิเศษอย่างลุค อิชิคาว่า พลาวเดน, ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร และเซเลบริตี้อีกมากมาย อาทิ จูน สาวิตรี โรจนพฤกษ์, โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร โดยได้รับการต้อนรับจาก มร.อากิระ ซากาอิริ กรรมการผู้จัดการ และปวริศร์ เอี่ยมเอกพัฒนา จากบริษัท ไซโก ประเทศไทย จำกัด

มร.อากิระ ซากาอิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซโก ประเทศไทย จำกัด ได้กล่าวว่า Grand Seiko เป็นแบรนด์นาฬิกาลักซ์ชัวรี่ที่มุ่งเน้นความเรียบหรูตามสไตล์ญี่ปุ่น โดยเปิดตัวนาฬิกาเรือนแรกในปี 1960 ด้วยการออกแบบที่สง่างามและเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดในทุกชิ้นงาน ซึ่งถือเป็นการกำหนดรูปแบบของ Grand Seiko สำหรับ 9S Caliber ซึ่งเปิดตัวในปี 1998 เป็นกลไกที่ออกแบบใหม่โดยเฉพาะ เพื่อเน้นการแสวงหาความเที่ยงตรงที่สูงสุดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในการผลิตนาฬิกากลไกของ Grand Seiko ซึ่งในปีเดียวกันนั้นเอง ‘Grand Seiko Standard’ ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ในการผลิตนาฬิกาของแบรนด์

หนึ่งในประวัติศาสตร์ใหม่ของ Grand Seiko คือการเปิดตัวกลไกโครโนกราฟจับเวลาที่ซับซ้อนที่สุดในวงการนาฬิกา ด้วยการทำงานที่ความถี่สูงถึง 10 ครั้งต่อวินาที และสามารถเก็บพลังงานสำรองได้นานถึง 3 วันในขณะทำงาน กลไกนี้มีชื่อว่า Tentagraph โดยมีชื่อ ‘TEN’ ที่มาจากการทำงานที่ความถี่ 10-บีท, ‘T’ หมายถึงพลังงานสำรองที่ยาวนาน, ‘A’ หมายถึงการเป็นกลไกออโตเมติก และ ‘Graph’ หมายถึงฟังก์ชันโครโนกราฟที่สามารถจับเวลานานสูงสุด 12 ชั่วโมง
คุณปวริศร์ เอี่ยมเอกพัฒนา Luxury Group Director บริษัท ไซโก ประเทศไทย จำกัด ได้กล่าวถึงการเปิด Grand Seiko Pop Up Store ณ คราวน์ เอเทรียม คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ว่า Grand Seiko เป็นแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลกจากญี่ปุ่น ที่สามารถสร้างสรรค์นาฬิกาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะด้านความเที่ยงตรงที่เหนือกว่ามาตรฐานในวงการนาฬิกา นาฬิกาทุกเรือนสะท้อนถึงความประณีตในงานคราฟส์แมนชิพญี่ปุ่น โดยเฉพาะการขัดเงาแบบซารัตสึ ซึ่งเป็นศิลปะที่มีรากฐานจากการตีดาบ ที่ชาวญี่ปุ่นมองดาบไม่เพียงแค่เป็นอาวุธ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งสวรรค์ อีกทั้งการเติบโตของแบรนด์และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยในปัจจุบันก็มีผลในการเพิ่มความสนใจใน Grand Seiko

ด้วยเหตุนี้ จึงได้เปิด Grand Seiko Pop Up Store ณ คราวน์ เอเทรียม คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ภายใต้คอนเซ็ปต์ The World of Grand Seiko เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมจัดแสดงนาฬิการุ่นไฮไลต์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของ 9S Caliber โดยเน้นย้ำถึงความประณีตของงานคราฟส์แมนชิพญี่ปุ่น เช่น การขัดเงาแบบซารัตสึ ดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา ผสานนวัตกรรมทันสมัยเพื่อให้ได้เรือนเวลาที่เที่ยงตรง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ รวมถึงความนุ่มนวลของการเดินเข็มวินาทีที่ได้รับการขนานนามว่า

Grand Seiko Evolution 9 Collection Tentagraph: SLGC001 ซีรีส์นาฬิกาสปอร์ตจากคอลเลกชัน Evolution 9 ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Watches and Wonders Geneva 2023 โดยเรือนเวลานี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกโครโนกราฟจับเวลาชนิดจักรกลที่มีความถี่ 10-บีท และสามารถเก็บพลังงานสำรองได้นานถึง 3 วัน ซึ่งถือเป็นเวลาสำรองที่ยาวนานที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 9SC5 กลไกใหม่ที่มีดีไซน์สปอร์ตที่เหมาะสำหรับการเคลื่อนไหวตลอดเวลาและการอ่านค่าได้ง่ายในขณะเคลื่อนไหว ภายใต้แนวคิด GIFTS FROM NATURE. Feel the real nature on your wrist โดยตัวเรือนและสายไทเทเนียมมีความต้านทานต่อการขีดข่วนดีกว่าสเตนเลสสตีล 30% และขอบตัวเรือนทำจากเซรามิกที่ทนทานต่อการขีดข่วน

อีกหนึ่งรุ่นไฮไลต์จาก Grand Seiko Evolution 9 Collection คือ White Birch: SLGH005 ซึ่งเป็นนาฬิกากลไกความถี่สูงขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 9SA5 โดยมีกำหนดความเที่ยงตรงที่ +5 ถึง -3 วินาทีต่อวัน ดีไซน์ของรุ่นนี้สะท้อนมุมมอง ALIVE IN TIME ซึ่งได้รับรางวัล GPHG สาขา “Men Watch Prize 2021” และรางวัล “Best of the Best” จาก Red Dot Design Award 2022 ในสาขา Product Design โดยได้รับการตัดสินจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ 48 คนจาก 23 ประเทศ ตัวเรือนมีดีไซน์ที่เรียบหรูและสง่างามตามแบบฉบับ Grand Seiko Evolution 9 Style รวมถึงการตีความใหม่ในการออกแบบที่เต็มไปด้วยรายละเอียดในทุกมิติทั้งแสงและเงา
ในขณะเดียวกัน หน้าปัดของ White Birch ยังสะท้อนถึงวิวัฒนาการในการอ่านค่า โดยใช้ลายผิวแบบเบิร์ชสีขาวที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับป่าต้นเบิร์ชใกล้สตูดิโอ Shizukuishi และการออกแบบปลายเข็มนาทีและเข็มวินาทีให้โค้งเพื่อให้อ่านค่าได้ชัดเจนจากมุมต่างๆ อีกทั้งยังให้ความสบายในการสวมใส่ด้วยการใช้คาลิเบอร์ 9SA5 ที่มีขนาดบางกว่าคาลิเบอร์ 9S รุ่นก่อน ทำให้ตัวเรือนบางลงและสายข้อมือถูกปรับขนาดให้เหมาะสมกับสรีระของผู้สวมใส่ โดยมีการลดขนาดของข้อข้อมือ 1 มิลลิเมตรเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย

Grand Seiko Kodo Constant-force Tourbillon คือสุดยอดแห่งการรังสรรค์นาฬิกาที่ผู้หลงใหลในโลกของนาฬิกาทั่วโลกต้องการครอบครอง ผลิตออกมาเพียง 20 เรือนเท่านั้น โดยนาฬิการุ่นนี้มีดีไซน์หน้าปัดแบบเปลือยที่สะดุดตา และเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ได้นำกลไก Constant Force (คอนสแตนท์-ฟอร์ซ) และ Tourbillon (ทูร์บิญอง) มารวมกันในเรือนเดียว นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความสำเร็จทางเทคนิค แต่ยังมอบความแม่นยำที่สูงและเสถียรภาพที่ยอดเยี่ยม ซึ่งได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการตัดสินของเวที Grand Prix d’Horlogerie de Genève (กรังด์ ปรีซ์ ดอร์โลเฌรี เดอ เฌอเนฟ) ในปี 2022 ด้วยรางวัล ‘Chronométrie’ (โครโนเมทรี) โดยชื่อ ‘Kodo’ (โคโดะ) ซึ่งหมายถึงการเต้นของหัวใจในภาษาญี่ปุ่น
