
หากช่วงนี้คุณมีปัญหานอนไม่หลับ ใช้เวลานานกว่าจะหลับ หรือรู้สึกไม่สบายตัวระหว่างการนอน อาหารบางชนิดอาจเป็นตัวช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นโดยไม่เพิ่มน้ำหนัก
อาการนอนไม่หลับของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
- หลับยาก
- หลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืน
- นอนไม่สนิทเป็นเวลานาน
- ตื่นกลางดึกแล้วหลับยาก
- ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น
สาเหตุของการนอนไม่หลับหรืออาการเหล่านี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความเครียดหรือปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ควรตรวจสอบ
ปัจจัยทางร่างกาย เช่น ปัญหาฮอร์โมนที่ไม่สมดุล การหายใจที่ผิดปกติขณะนอนหลับ หรือขากระตุกระหว่างการนอน
ปัจจัยทางจิตใจ เช่น เหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่ส่งผลกระทบทางอารมณ์ การอกหัก ความเครียด หรือแม้กระทั่งภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม เช่น แสงและเสียงรบกวนขณะนอน การนอนในเวลาที่ไม่คงที่ หรือการเปลี่ยนที่นอนที่ไม่คุ้นเคย
นอนไม่หลับแก้ได้ด้วย 5 ของกิน
หลายคนอาจจะคิดว่าเมื่อมีปัญหานอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท จำเป็นต้องพึ่งยานอนหลับเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วอาหารบางชนิดสามารถช่วยให้หลับง่ายขึ้นและผ่อนคลายโดยไม่ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักตัว อย่างเช่น
นมและโยเกิร์ต
ที่อุดมไปด้วยสารทริปโตเฟน ซึ่งช่วยส่งเสริมการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ดีขึ้น
กล้วย
กล้วยเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะสารทริปโตเฟนที่ช่วยให้หลับสบาย นอกจากนี้ยังมีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้อย่างดี
อัลมอนด์
อัลมอนด์เป็นพืชตระกูลถั่วที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียมซึ่งช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย อีกทั้งยังมีสารทริปโตเฟนที่สามารถเปลี่ยนเป็นเซโรโทนินและสร้างฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งช่วยให้คุณหลับสนิทตลอดคืน
ข้าวโอ๊ต
การรับประทานคาร์โบไฮเดรตก่อนนอนประมาณ 4 ชั่วโมง สามารถช่วยปรับปรุงการนอนหลับให้ดีขึ้น และยังเป็นแหล่งของเมลาโทนินที่ช่วยให้หลับสบายและลดอาการนอนไม่หลับ
ชาคาโมมายล์
คาโมมายล์เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายและทำให้หลับสนิท ซึ่งได้รับการยืนยันจากงานวิจัยหลายชิ้น นอกจากนี้ยังดีต่อระบบย่อยอาหารและสามารถช่วยต้านมะเร็งและโรคหัวใจได้ด้วย
การนอนหลับที่ดี มีคุณภาพ
วงจรการนอนหลับเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดคุณภาพการนอนของเรา โดยร่างกายจะมีวงจรการนอนที่ช่วยให้การนอนมีประสิทธิภาพและฟื้นฟูร่างกายได้เต็มที่
1) ช่วงการนอนหลับธรรมดา (Non-Rapid Eye Movement Sleep หรือ Non-REM Sleep)
ระยะเริ่มหลับ Non – REM Sleep 1 คือช่วงเวลาที่เรารู้สึกง่วงหรือเริ่มจะหลับ มักมีอาการตกใจตื่น (Hypnic Jerk) หรือรู้สึกเหมือนตกจากที่สูง หากถูกรบกวนจะไม่ส่งผลกระทบต่อการนอน
ระยะหลับตื้น Non – REM Sleep 2 เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเคลื่อนไหวจากการหลับตื้นไปหลับลึก ซึ่งส่งผลดีต่อการกระตุ้นความจำระยะสั้นและเพิ่มสมาธิ
ระยะหลับลึก Non – REM Sleep 3 คือช่วงที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนเต็มที่และมีการหลั่ง Growth Hormone เพื่อการฟื้นฟูที่ดีที่สุด
2) ช่วงหลับฝัน (Rapid Eye Movement Sleep หรือ REM Sleep)
ระยะหลับฝันนี้มีผลดีต่อความทรงจำ การเรียนรู้ถาวร และการสร้างจินตนาการ
เมื่อร่างกายได้รับการหลับครบทั้งวงจร Non – REM และ REM จะทำให้การนอนของเราเต็มไปด้วยคุณภาพและตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
การทานอาหารที่เหมาะสมอาจช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพักผ่อนให้เพียงพอ โดยควรพักผ่อน 6-8 ชั่วโมง หากยังคงประสบปัญหานอนไม่หลับควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง
