ในชีวิตของเรา โอกาสมักมาถึงหลายครั้ง แต่บางครั้งเราไม่สามารถคว้ามันไว้ได้ เนื่องจากเราอาจยังไม่พร้อม การที่เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่โอกาสดีๆ จะมาถึง สิ่งที่เราควรทำคือการเตรียมตัวให้พร้อมเสมอเพื่อรับโอกาสนั้นเมื่อมันมาถึง ซึ่งจะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าในอนาคตที่ดีกว่า การเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือการศึกษาและเรียนรู้ นี่คือแนวคิดของ ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ หรือ ดร.ปอน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก่อนที่เราจะไปทำความเข้าใจในแนวคิดนี้ มาทำความรู้จักกับตัวตนของ ดร.ปอน กันก่อนดีกว่า
ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ประวัติของ ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์
ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดร.ปอน
เกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2507 ปัจจุบันอายุ 59 ปี
มีภูมิลำเนาที่จังหวัดอุดรธานี
การศึกษา
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาพาณิชยศาสตร์บัณฑิต สาขาการตลาด จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโทจาก California State University, Bakersfield สาขาการตลาด
ปริญญาเอก ครุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ผมรู้สึกโชคดีที่ครอบครัวให้โอกาสในการทำสิ่งที่ผมใฝ่ฝัน
ดร.ดนุช หรือ ดร.ปอน เล่าให้ฟังว่า เขาเติบโตในครอบครัวที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน มีพี่น้องทั้งหมด 12 คน และตนเองเป็นคนสุดท้อง คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เขาอายุเพียง 2 ขวบ คุณแม่และพี่ๆ ต้องดูแลกันเองตลอดมา เขาเริ่มต้นชีวิตในกรุงเทพมหานครตั้งแต่ ป.5 และเข้าเรียนที่กรุงเทพคริสเตียน หลังจากนั้นเข้าเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพราะมีความฝันอยากเป็นนักดาราศาสตร์ แต่ชีวิตได้มีการเปลี่ยนแปลง เขาต้องย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในคณะพาณิชยศาสตร์ สาขาการตลาดหลังจากเรียนที่ขอนแก่นได้เพียง 2 ปี
“ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมได้เรียนรู้การทำกิจกรรมนักศึกษาผ่านองค์การนักศึกษา ได้ร่วมกับเพื่อนทำกิจกรรมเพื่อสังคม ทำให้ผมมองเห็นมุมมองทางสังคมที่กว้างขวางขึ้น ผมได้โอกาสสำคัญในการทำงานร่วมกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล เริ่มจากการเขียนบทความในนิตยสารผู้จัดการรายเดือน ก่อนจะตัดสินใจไปศึกษาต่อในระดับ MBA ที่ California State University, Bakersfield”
หลังจากจบการศึกษา คุณแม่ไม่สบายต้องกลับไปดูแลที่อุดรธานี ซึ่งเป็นโอกาสให้ผมเริ่มทำกิจการส่วนตัว โดยเปิดโรงเรียนสอนภาษาในปี 2539 ชื่อว่า โรงเรียนพัฒนาปัญญา ต่อมาปี 2550 เปิดโรงเรียนอนุบาลพร้อมพัฒน์ และในปี 2554 โรงเรียนทวิพัฒน์ การทำงานในวงการการศึกษาจึงถือเป็นสิ่งที่ผมได้คลุกคลีกับมันมาก เพราะผมเชื่อว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างคนและสร้างแรงงานที่มีคุณภาพ และที่สำคัญการพัฒนาคือการมีปัญญา ไม่ใช่แค่ความรู้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรู้ว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไร
หลังจากได้พูดคุยกันไปพอสมควร เราก็ได้รู้จักดร.ปอนและแนวคิดของเขามากขึ้น จึงอยากทราบว่าในเวลาว่างจากการทำงาน ดร.ปอนชอบหรือสนใจอะไรเป็นพิเศษบ้าง
ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ หรือ ดร.ปอนชีวิตคือการเรียนรู้ การดูแล และการฟัง
ดร.ปอนได้กล่าวถึงประสบการณ์ในช่วงก่อนที่จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีและเลขานุการรัฐมนตรีว่า เขาเคยบริหารโรงเรียน 3 แห่ง และได้ทำโรงเรียนเพราะเชื่อว่า การศึกษาคือการสร้างความพร้อมให้กับคน การศึกษาและการพัฒนาตนเองด้วยสติปัญญา ทั้งการรู้ถูกและรู้ผิด เมื่อโอกาสมาถึง เราจะพร้อมรับมันเพื่อก้าวสู่อนาคตที่ดีขึ้น
“ในช่วงที่ผมทำงานในกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตารางงานไม่มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่เมื่อเราทำงานในสิ่งที่เรารัก มันไม่รู้สึกเหมือนการบังคับตัวเอง ผมเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ และเรียนรู้จากการทำงาน โดยเฉพาะจากการดูแลและการฟัง ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ทำงานกับผู้คนเก่งๆ ในกระทรวงและในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน”
“หากสามารถจัดสรรเวลาได้ ผมจะหาเวลา 3 ถึง 10 วันเพื่อเข้าคอร์สนั่งสมาธิวิปัสสนา และไปเยี่ยมชมวัด โบราณสถาน เพื่อกราบไหว้และแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งเยี่ยมชมศิลปะและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ซึ่งช่วยให้ความรักชาติในตัวผมยิ่งลึกซึ้ง และภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย เคารพและยกย่องบรรพบุรุษของเรา”
เมื่อถึงเวลาที่เกษียณจะทำอะไร
“ถ้าให้ผมตอบคำถามนี้ในตอนนี้ ผมไม่คิดว่าผมจะเข้าสู่ช่วงเกษียณ แม้ว่าจะอายุ 59 ปีแล้วก็ตาม ผมยังสามารถทำงานต่อไปได้และเดินทางไปในที่ต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งอย่างน้อยผมก็อยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในระดับตำบล ซึ่งผมเชื่อว่าการพัฒนาตำบลคือคำตอบที่สำคัญของประเทศ ถ้าเราสามารถพัฒนาอัตลักษณ์ของแต่ละตำบลให้มีมูลค่าได้ ก็จะเป็นการพัฒนาไปสู่ระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศในที่สุด”
ผมมั่นใจว่าประเทศไทยจะยังคงพัฒนาและดีขึ้นเรื่อยๆ ผมเชื่อมั่นในความดีงาม และจะตั้งใจคิดดีและทำดีอย่างต่อเนื่อง”
