เชื่อไหมว่านาฬิกาที่ดูดีและมีเอกลักษณ์ไม่ได้จำเป็นต้องมีราคาสูงเสมอไป เพราะในราคาต่ำกว่า 45,000 บาทก็มีนาฬิกาที่มีดีไซน์ที่สวยงามและฟังก์ชันหลากหลายไม่แพ้รุ่นหรูๆ เช่นเรย์มอนด์ เวล (Raymond Weil) ที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกหรูหรา หรือทิสโซต์ (Tissot) ที่ออกแบบมาให้ทนทานและพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์ ซึ่งนาฬิกาทั้งสองรุ่นนี้เหมาะสำหรับทุกคน เพราะนอกจากดีไซน์ที่สะดุดตาแล้ว ราคาก็ยังคุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้รับเช่นกัน พร้อมทั้งวัสดุและกลไกที่มีคุณภาพในทุกเรือนเวลา
Tissot PRX Powermatic 80

ลองจินตนาการถึงการได้ครอบครองนาฬิกาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยไม่ต้องรอคิวหรือแย่งกันซื้อ แม้ว่านาฬิกา PRX จากทิสโซต์ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 70s จะได้รับความนิยมอย่างสูงไปทั่วโลก แต่รุ่น Powermatic 80 นั้นคือขั้นสูงสุดของความสมบูรณ์แบบ ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานแรงบันดาลใจจากรูปทรงแปดเหลี่ยมและสายที่โอบกระชับข้อมือได้อย่างพอดี มาในหน้าปัดสีน้ำเงินที่โดดเด่น พร้อมกลไกอัตโนมัติที่สามารถเก็บพลังงานได้ถึง 80 ชั่วโมง ซึ่งไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ถือเป็นนาฬิกาที่คู่ควรแก่การครอบครอง
ราคา : 23,600 บาท
Doxa Sub 200 Professional

นาฬิกา Sub 200 Professional ได้รับการออกแบบใหม่จากรุ่น 300T ซึ่งมีหน้าปัดขนาดใหญ่ถึง 44.5 มม. สไตล์ยุค 60s โดยเพิ่มความเพรียวบางขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งสีสันสดใสสไตล์ป๊อปที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เหมาะสำหรับฤดูร้อน นี่คือนาฬิกาที่เหมาะที่สุดสำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และแน่นอนว่าผู้ที่เห็นสีส้มสดใสที่เหมือนกุ้งล็อบสเตอร์จะไม่สามารถละสายตาไปได้ ราคา 910 ปอนด์ หรือประมาณราคา 38,900 บาท
Hamilton Jazzmaster Auto

ตัวเลขโรมันสีเงินที่ตัดกับหน้าปัดสีดำของ Jazzmaster สร้างความสง่างามที่สะกดทุกสายตา แฮมิลตัน (Hamilton) เป็นผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่ก่อตั้งในปี 1969 แม้ว่าเริ่มแรกจะตั้งบริษัทในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1893 ก็ตาม ด้วยประสบการณ์มากมายที่ถ่ายทอดมาถึงปัจจุบัน นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมกลไก H-10 ที่สำรองพลังงานได้สูงถึง 80 ชั่วโมง ซึ่งไม่เพียงมีราคาเข้าถึงได้ แต่ยังใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพสูง
ราคา : 34,500 บาท
Briston Streamliner Skeleton

การสร้างสรรค์นาฬิกาหน้าปัดเปลือย (Skeletonised Watch) ให้ดูสวยงามและมีความละเอียดต้องการการออกแบบที่พิถีพิถันอย่างมาก ดังนั้นการหานาฬิกาหน้าปัดเปลือยที่มีราคาจับต้องได้จึงเป็นเรื่องยาก แต่ Streamliner Skeleton ทำให้เป็นไปได้ นาฬิกาเรือนนี้ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์สตรีมไลน์ โมเดิร์น (Streamline Moderne) ในช่วงปี 1930 ซึ่งเน้นรูปทรงโค้งมนตามหลักพลศาสตร์ ทำให้มีทั้งความโดดเด่นและน่าดึงดูด ราคา 550 ปอนด์ หรือประมาณราคา 25,600 บาท
Longines Conquest V.H.P

ลองจินส์ (Longines) ถือเป็นแบรนด์ที่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มสนใจในโลกของนาฬิกา เนื่องจากมีหลากหลายรุ่นให้เลือก และโดยเฉพาะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์วินเทจ รวมถึงราคาที่เข้าถึงได้สำหรับแบรนด์ระดับนี้ นาฬิการุ่น Conquest V.H.P. เป็นเรือนเวลาที่ผสมผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยกลไกควอตซ์ แม้ว่าจะไม่ใช่นาฬิกากลไกจักรกล (Mechanical Watch) แต่ก็ดูดีและมีสไตล์ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลที่แข็งแรงและทันสมัย
ราคา : 44,900 บาท
Seiko 5 Sports

หากคุณกำลังมองหานาฬิกาที่เหมาะสมกับทุกโอกาส Seiko 5 Sports คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและคุณภาพที่ทนทาน นาฬิกาขนาด 42 มม. เรือนนี้เหมาะกับทุกสถานการณ์ และไม่ว่าคุณจะสวมใส่ไปที่ไหน ก็สามารถดึงดูดความสนใจได้เสมอ นอกจากนี้ยังได้รับความไว้วางใจจากนักสะสมที่มีประสบการณ์มายาวนานอีกด้วย
ราคา : 11,700 บาท
Marloe Atlantic R34

Atlantic คือคอลเล็กชั่นนาฬิกาโครโนสโคปจากแบรนด์สัญชาติอังกฤษ มาร์โล วอตช์ คอมปะนี (Marloe Watch Company) ที่ได้แรงบันดาลใจจากการบินในยุคแรกๆ ซึ่งเป็นยุคของเรือเหาะ นาฬิการุ่น R34 ได้รับแรงบันดาลใจจากเรือเหาะ R34 ที่เป็นเรือเหาะลำแรกที่บินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้อย่างปลอดภัย หน้าปัดแบบควิลท์ของนาฬิกานี้ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายวาฟเฟิลของเรือเหาะ และขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Seiko พร้อมพลังงานสำรอง 45 ชั่วโมง
ราคา : 36,800 บาท
Apple Watch Series 7

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมสมาร์ทวอตช์ถึงติดอยู่ในลิสต์นี้ แต่หนึ่งในคุณสมบัติที่เราชื่นชอบของ Apple Watch คือการที่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับสไตล์และรสนิยมได้หลากหลาย สำหรับคนที่ชื่นชอบสไตล์ดุดัน Apple Watch Series 7 ที่มาพร้อมสาย Milanese Loop ในวัสดุสเตนเลสสตีลคือคำตอบ หรือถ้าคุณชอบสีสัน รุ่นที่มีตัวเรือนอะลูมิเนียม โดยเฉพาะสีเขียว ก็เหมาะกับการเข้ายิม สำหรับคนที่ต้องเดินทางบ่อย รุ่นเซลลูลาร์ขนาด 45 มม. ก็จะช่วยให้คุณไม่พลาดการแจ้งเตือนสำคัญๆ
ราคา : 13,900 บาท
Raymond Weil Maestro

เรย์มอนด์ เวลมักเปรียบเทียบนาฬิกากับดนตรีคลาสสิก และสำหรับรุ่น Maestro (ที่เปิดตัวในปี 2010) เรานึกถึงโยฮัน เซบัสทีอัน บาค (Johann Sebastian Bach) นาฬิการุ่นนี้เปรียบได้กับความเรียบง่ายที่มีความสง่างาม แม้จะดูน้อยแต่กลับมีคุณค่า หน้าปัดของนาฬิกาไม่ได้เป็นสีขาว แต่เป็นสีงาช้างอ่อน ประกอบกับตัวเรือนเหล็กที่ดูเรียบหรูและเข็มบอกเวลาที่มีความคลาสสิก ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ RW4200 พร้อมพลังงานสำรอง 38 ชั่วโมง ราคา 1,050 ปอนด์ หรือประมาณ
ราคา : 44,800 บาท
ข้อมูล : GQ UK
แปลและเรียบเรียงโดย : วรณิสร์ สุยะสาม
