
ในการทำงานภายในองค์กร สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการทำงานเป็นทีม เพราะแทบไม่มีงานใดที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีการประสานงานกับผู้อื่น ถ้าเป็นเช่นนั้นบริษัทก็ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานหลายคน องค์กรมักจะมองหาผู้สมัครที่มีทักษะในการทำงานร่วมกับทีม เนื่องจากทุกคนในองค์กรต้องทำงานร่วมกัน แม้แต่ละคนจะรับผิดชอบงานต่าง ๆ แต่ก็มีเป้าหมายร่วมกันในภาพรวม
สิ่งที่แตกต่างกันมักจะเป็นขนาดของทีม ถ้าเป็นทีมขนาดเล็กอาจมีเพียงสองคนที่ทำงานร่วมกัน แต่ถ้าเป็นทีมขนาดใหญ่ อาจมีหลายคนที่ต้องมีหัวหน้าทีมคอยดูแลภาพรวมและประสานการทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่การทำงานเป็นทีมใหญ่ ๆ ก็อาจนำไปสู่ปัญหาและความล้มเหลวได้ หากทีมมีการขัดแย้งหรือมีความไม่ลงตัว ซึ่งอาจทำให้การทำงานเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา
การสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน
ปัญหาการสื่อสารมักเป็นหนึ่งในปัญหาหลักเมื่อทำงานร่วมกันในทีมหลายคน เนื่องจากแต่ละคนมีวิธีการฟังและการประมวลผลข้อมูลที่แตกต่างกัน สิ่งที่สื่อสารกันไม่ชัดเจนในระหว่างการประชุมอาจนำไปสู่การเข้าใจผิดและตีความต่างกัน เมื่อเกิดความเข้าใจผิดแล้วคิดว่าเข้าใจกันดี ก็ยิ่งทำให้การทำงานไม่สอดคล้องกัน บางครั้งการไม่สื่อสารเลยก็ทำให้งานไปคนละทิศทาง เสียเวลาและทรัพยากร ดังนั้นการประชุมที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
การแข่งขันในทีมมากกว่าการทำงานร่วมกัน
ปัญหานี้มักเกิดจากอคติหรือความรู้สึกไม่ชอบเพื่อนร่วมทีมบางคน ซึ่งอาจมีต้นเหตุมาจากความขัดแย้งในเรื่องงานหรือปัญหาส่วนตัว เมื่อสมาชิกในทีมไม่สามารถแยกแยะระหว่างความสำคัญของงานและความรู้สึกส่วนตัว การแข่งขันกันเองภายในทีมจึงเกิดขึ้น ซึ่งแม้ว่าผลลัพธ์อาจจะดีขึ้นจากการที่แต่ละคนต้องการเอาชนะ แต่การทำงานเป็นทีมไม่ควรจะต้องมีการแข่งขันภายใน ควรเน้นไปที่การทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของทีม
ทำงานกลุ่มแต่นึกว่าทำคนเดียว
“งานกลุ่มทำคนเดียว งานเดี่ยวทำเป็นกลุ่ม” หลายคนคงเคยเจอประสบการณ์นี้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แต่กลับไม่คิดว่าจะต้องมาพบเจอกับมันในโลกการทำงาน ที่ทุกคนต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตนเองให้ดี เพราะเรื่องของค่าจ้างและการประเมินผลงานมีผลต่อการอยู่รอดในองค์กร ถ้าผลงานไม่ดีคงไม่มีใครอยากจ้างอยู่ คนประเภทนี้อยู่ไม่นาน ถ้าถูกจับได้ว่าเอาเปรียบคนอื่น คนที่ไม่ช่วยงานไม่พอ ยังสร้างปัญหาโดยการไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง แล้วพอเสร็จงานก็อยากร่วมชื่นชมด้วย เชื่อว่าใครที่ทำงานจะต้องเคยเจอกับคนแบบนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง
การปกปิดความผิดในการทำงาน
เมื่อมีปัญหากับงาน ควรแจ้งให้เพื่อนร่วมทีมและหัวหน้าทราบทันที เพื่อที่จะแก้ไขได้ก่อนที่ปัญหาจะขยายใหญ่ไปกว่านี้ แต่บางคนเลือกที่จะเงียบไม่บอกใคร โดยเฉพาะเมื่อเป็นความผิดของตัวเอง ทั้งที่รู้ดีว่าเรื่องจะต้องถูกเปิดเผยในไม่ช้า แต่กลับเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการรับผิดชอบและไม่อยากโดนตำหนิ คิดว่ามันคงเป็นเรื่องเล็ก ๆ และไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร หรือบางครั้งก็อาจจะให้เพื่อนร่วมทีมพบปัญหานั้นเอง พอไม่มีใครรู้ เรื่องก็ถูกปล่อยไว้นานจนกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นและทำให้ทั้งทีมเดือดร้อน
ความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับสมาชิกในทีม
ความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับทีมงานคือการสร้างความไว้วางใจและการกระตุ้นให้เกิดความมุ่งมั่นในการทำงาน หัวหน้าทีมต้องเป็นผู้นำที่ดีในทุกมิติ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน และต้องเลือกใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ไม่เลือกปฏิบัติ หรือทำให้สมาชิกในทีมรู้สึกว่าไม่สำคัญ การเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นช่วยให้ทีมทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น สมาชิกจะรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนสำคัญของทีม ซึ่งจะทำให้เกิดการสนับสนุนและความร่วมมือกันในทีมได้อย่างเต็มที่
การขาดแผนการทำงานที่ชัดเจน
การทำงานในทีมต้องเริ่มต้นด้วยการวางแผนที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนมีทิศทางในการทำงานเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและทรัพยากร ลดความผิดพลาด และช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ การกำหนดขอบเขตของงานที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในทีมที่มีสมาชิกหลายคน เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำซ้อน และทำให้การประสานงานเป็นไปอย่างมีระเบียบ หากแผนงานไม่ชัดเจนพอ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ และส่งผลเสียตามมา
การประเมินผลที่ขาดหาย
การประเมินผลการทำงานเป็นทีมควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูความคืบหน้าของงาน และปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การประเมินผลช่วยให้หัวหน้าทีมสามารถตรวจสอบทิศทางการทำงาน รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางในการแก้ไขได้ การติดตามความคืบหน้าของสมาชิกแต่ละคน และการทบทวนเป้าหมายของทีมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าสมาชิกในทีมยังคงมุ่งมั่นในการทำงาน หากสมาชิกไม่มีความตั้งใจในการทำงาน งานก็จะไม่สำเร็จตามที่คาดหวัง
