
การเพิ่มขึ้นของรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid หรือการผสมผสานระหว่างการทำงานที่ออฟฟิศและจากที่บ้านกำลังกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่คนทำงานจะต้องคุ้นเคยในอนาคตอันใกล้ และไม่ใช่แค่การทำงานจากสองสถานที่ แต่หมายถึงการทำงานจากทุกที่โดยไม่มีข้อจำกัด
ในอนาคตการทำงานจะเป็นรูปแบบผสมผสานระหว่างเจเนอเรชันต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการลาออกครั้งใหญ่โดยเฉพาะจากคนในเจเนอเรชันมิลเลนเนียลและเจเนอเรชัน Z สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการลาออกครั้งใหญ่คือความแตกต่างในแนวคิดและวิธีการทำงานจากเจเนอเรชันก่อน ๆ มาติดตามมุมมองของแต่ละเจนฯ กัน
Baby Boomers
เจเนอเรชันนี้เกิดในช่วงปี 1946-1964 อายุปัจจุบันอยู่ระหว่าง 57-65 ปี ที่ยังคงทำงานอยู่ จากผลสำรวจพบว่า คนในเจเนอเรชัน Baby Boomers มักทำงานที่เดียวเป็นเวลานาน โดยมีค่าเฉลี่ยการทำงานที่เดียวประมาณ 8 ปี 3 เดือน พวกเขาเติบโตในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีมุมมองโลกในแง่ดี ได้เห็นการพัฒนาอย่างรวดเร็วของมนุษยชาติ เช่น การส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ และการขับเคลื่อนทางวัฒนธรรมและสิทธิเท่าเทียมกัน
จากการเติบโตในวัฒนธรรมและบริบทนี้ คนในเจเนอเรชัน Baby Boomers ที่อยู่ในช่วงอายุดังกล่าว เมื่อได้พบกับการทำงานในบริษัทที่มั่นคงและมีค่าตอบแทนที่พอใจ พร้อมกับวันหยุดที่เหมาะสม พวกเขามักจะทำงานกับบริษัทนั้นไปยาว ๆ โดยไม่ค่อยคิดที่จะลาออกไปทำงานที่อื่น
Gen-X
เกิดในช่วงปี 1965-1980 ปัจจุบันคนในยุคแรกของ Gen-X ยังคงทำงานกันอยู่ และพวกเขามีระยะเวลาเฉลี่ยในการทำงานที่แต่ละที่อยู่ที่ 5.2 ปี
วิถีชีวิตของคนเจเนอเรชัน X แตกต่างจากยุคของเบบี้บูมเมอร์ พวกเขาเติบโตมาในยุคที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีและได้รับการศึกษาที่ดีกว่าในรุ่นพ่อแม่ โดยเฉพาะในช่วงที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เช่น สงครามเวียดนาม การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน และวิกฤตพลังงาน อีกทั้งการทำงานในครอบครัวไม่ใช่หน้าที่ของผู้ชายอีกต่อไป แต่ผู้หญิงก็สามารถทำงานเพื่อดูแลครอบครัวได้เช่นกัน
สิ่งเหล่านี้ทำให้คนเจเนอเรชัน X เป็นรุ่นที่มีความสามารถในการยืนหยัดด้วยตนเอง มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และให้คุณค่ากับเสรีภาพในชีวิต แต่พวกเขาก็ยังคงมีความรับผิดชอบต่อทั้งตนเองและสังคม ด้วยเหตุนี้ คนเจเนอเรชัน X จึงทำงานด้วยความตั้งใจและเคารพกติกา พร้อมที่จะทุ่มเทแรงกายและใจเพื่อให้งานสำเร็จ แต่ด้วยความที่พวกเขาผ่านวิกฤติเศรษฐกิจหลายครั้ง ทำให้ความภักดีต่อองค์กรอาจไม่เทียบเท่ากับรุ่นก่อน แต่พวกเขาก็ยังคงมีความอดทนในการทำงานมากกว่าคนรุ่นหลัง
Gen-Millennials
คนมิลเลนเนียลเกิดในระหว่างปี 1981-1995 และมีค่าเฉลี่ยการทำงานที่ 2 ปี 9 เดือน จนถึงปัจจุบัน เจเนอเรชันมิลเลนเนียลเป็นเจเนอเรชันที่มีจำนวนมากที่สุดในกลุ่มคนทำงานทั่วโลก เมื่อมองย้อนกลับไป พวกเขาเติบโตมาพร้อมกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลต่อมุมมองและทัศนคติในการทำงานของคนในเจเนอเรชันนี้ ขณะเดียวกัน สังคมและนวัตกรรมในยุคของพวกเขาคือการเปลี่ยนผ่านจากยุคอนาล็อกสู่นิยมดิจิทัล พร้อมกับการเพิ่มขึ้นของเหตุการณ์ก่อการร้ายและอัตราการหย่าร้างที่สูงขึ้น
ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ คนมิลเลนเนียลจึงให้ความสำคัญกับการหาสมดุลในชีวิต หรือ Work-Life balance และมักไม่ค่อยสนใจที่จะทำงานที่ไหนนาน หากบริษัทไหนสามารถให้อิสระในการทำงาน โดยสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ พวกเขามักจะรู้สึกสบายใจในการทำงานร่วมกับองค์กรนั้นมากกว่า
Gen Z
เจเนอเรชัน Z เกิดระหว่างปี 1996-2012 คนในเจเนอเรชันนี้มีแนวโน้มในการทำงานเฉลี่ยประมาณ 2 ปี 3 เดือน ซึ่งน้อยกว่าชาวมิลเลนเนียลประมาณ 6 เดือน แต่ก็ยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เนื่องจากเจเนอเรชันนี้เพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน และต้องติดตามแนวโน้มในอนาคตต่อไป
คนในเจเนอเรชันนี้ส่วนใหญ่เกิดหลังเหตุการณ์ 911 ที่สหรัฐอเมริกา และเติบโตมาพร้อมกับสมาร์ทโฟนที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตมากกว่าคอมพิวเตอร์ นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เจเนอเรชัน Z ไม่ค่อยอยู่กับงานที่ไหนนาน เพราะพวกเขาคุ้นเคยกับเทคโนโลยีและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถรอการเปลี่ยนแปลงนานได้
คนในเจเนอเรชันนี้มักต้องการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมทางสังคม พวกเขาต้องการที่จะปรับเปลี่ยนสิ่งที่รู้สึกว่าล้าสมัย เมื่อเจอสิ่งที่ไม่ชอบ พวกเขามักมองหางานใหม่ที่ตรงกับความต้องการมากกว่าการอดทนอยู่กับสิ่งที่ไม่ตรงใจ เพื่อรักษาประวัติการทำงาน และเจเนอเรชันนี้ยังกล้าที่จะทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ที่ว่าจบมาในสาขาไหนแล้วต้องทำงานในสายงานนั้น โดยพร้อมที่จะข้ามสายงานหากมันตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้
