
อาการ Jet Lag มักเกิดขึ้นกับผู้ที่เดินทางข้ามประเทศไปในพื้นที่ที่มีความแตกต่างของไทม์โซน ทำให้ร่างกายปรับเวลานอนไม่ทัน เมื่อถึงเวลาตื่น เราก็ยังง่วงอยู่ ส่วนเวลานอนก็กลับตื่นยากเหมือนคนที่มีกิจวัตรแตกต่างจากคนทั่วไป แต่น้อยคนนักที่จะเดินทางข้ามทวีปใช่ไหม? แต่น้อยคนก็ไม่ต้องไปไหนก็ยังมีโอกาสเผชิญกับภาวะที่คล้ายคลึงกันได้ โดยเฉพาะในหมู่คนทำงานที่พบเจอกับ Social Jet Lag
Social Jet Lag คืออะไร?
Social Jet Lag คือภาวะที่เกิดจากนาฬิกาชีวิต (Biological clock) ไม่สามารถปรับตัวได้กับตารางชีวิตปกติ ส่งผลให้คนที่นอนดึกตื่นสายมีอาการง่วงในช่วงเช้า แต่กลับสดชื่นในตอนเย็นที่ใกล้ค่ำ ซึ่งสวนทางกับการทำงานในสังคมที่ต้องเริ่มงานตอน 8 โมงเช้าและเลิกตอน 5 โมงเย็น
การเมาเวลานี้มักเกิดจากการเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานอย่างหนักตลอดทั้งสัปดาห์ โดยเฉพาะในช่วงวันศุกร์เย็นที่เรามักรู้สึกมีความสุขและพร้อมจะปลดปล่อยความเครียดด้วยการออกปาร์ตี้ ในช่วงเวลานี้เราหวังว่าจะสนุกสนานเต็มที่ เพราะพรุ่งนี้ก็เป็นวันเสาร์ที่เราสามารถนอนดึกตื่นสายได้
การแก้แค้นด้วยการทำงานแบบนี้อาจทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย แต่ผลที่ตามมาก็คือการตื่น-นอนที่ยุ่งเหยิง เพราะเมื่อก่อนเรามักตื่นเช้าเสมอ ทำให้เช้าวันจันทร์เหมือนอาการ Jet Lag โดยมีเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเหมือนเป็นการตื่นขึ้นจากฝันร้ายเพื่อเริ่มทำงาน
ภาวะ Social Jet Lag ไม่เพียงแต่ทำให้เช้าของวันทำงานรู้สึกเหนื่อยหน่าย ยังเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัญหาสุขภาพจิตที่ทำให้เราอารมณ์เสียได้ง่ายตลอดเวลา
วิธีหลีกเลี่ยง Social Jet Lag ควรทำอย่างไร?
วิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดการกับปัญหานี้คือการปรับเวลานอนให้กลับไปเหมือนตอนเด็กๆ โดยในช่วงกลางวัน หากรู้สึกง่วงควรใช้แสงจากไฟหรือแสงแดดช่วยให้ตื่นตัว และเมื่อต้องการนอนก็ต้องมั่นใจว่าไม่มีแสงใดๆ รวมถึงแสงจากหน้าจอ ที่จะรบกวนดวงตา เพราะการใช้แสงจะเป็นสัญญาณบอกสมองให้ทราบว่าเป็นเวลานอนหรือตื่น
หลายบริษัทในยุคใหม่มีนโยบายเริ่มทำงานตอนสายขึ้นเพื่อตอบสนองต่อวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้คน โดยเริ่มทำงานตอน 10 โมงเช้าและเลิกงานตอน 1 ทุ่ม การทำงานในเวลาที่สอดคล้องกับการนอนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้จริงๆ แม้อาจดูเหมือนเป็นการขี้เกียจ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับช่วยให้พนักงานทำงานได้ดีขึ้น
โรค Social Jet lag คือภาวะที่ร่างกายเกิดอาการเมาเวลาจากการที่เวลานอนและเวลาทำงานไม่ตรงกัน ทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ อ่อนเพลียจนทำงานไม่ไหว ซึ่งเกิดจากการจัดตารางเวลาที่ผิดพลาดทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ (เช่น การจราจรที่ติดขัด งานเยอะ หรือการทำงานล่วงเวลา) เพื่อให้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรจะปรับเวลานอนให้สอดคล้องกับเวลาทำงาน และหลีกเลี่ยงการตอบโต้ความเหนื่อยล้าด้วยการนอนดึกในวันเสาร์ เพราะมันอาจจะทำให้สุขภาพพังได้
รู้สึกง่วงแล้วก็แอบไปนอนสักงีบดีกว่า แต่ถ้าใครชอบอ่านบทความสุขภาพแบบนี้ อย่าลืมแวะไปต่อที่ iNN Lifestyle นะ
