
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ทุกๆ ปีมีผู้ที่ต้องสูญเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่มากกว่า 7 ล้านคน และในจำนวนนั้นมีผู้ที่เสียชีวิตจาก ‘ควันบุหรี่มือสอง’ (ที่ไม่ได้สูบเอง) มากถึง 890,000 คน!
หากไม่อยากเป็นหนึ่งใน 7 ล้านคนที่ต้องจากไปเพราะบุหรี่ในแต่ละปี นี่คือ 9 เหตุผลที่คุณควรเลิกสูบบุหรี่ก่อนที่มันจะสายเกินไป!
1. เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งกล่องเสียง
มะเร็งกล่องเสียงเป็นโรคที่มักพบในผู้ที่สูบบุหรี่ เนื่องจากการเผาไหม้ของบุหรี่ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้ ควันบุหรี่ยังทำให้ขนกวัด (cilia) ของเยื่อบุกล่องเสียงที่ทำหน้าที่กำจัดสารคัดหลั่งและสิ่งแปลกปลอมลดประสิทธิภาพในการทำงาน ส่งผลให้เกิดการสะสมของสารคัดหลั่งหรือสารระคายเคืองในกล่องเสียง ทำให้เยื่อบุหนาตัวขึ้นและพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็ง
2. เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันในสหรัฐอเมริกา พบว่า สารนิโคตินในบุหรี่อาจก่อให้เกิดอาการทางจิตใจและนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการลดลงของการเสียชีวิตถึง 15 เปอร์เซ็นต์ในสหรัฐฯ หลังจากมีการปรับภาษีบุหรี่และมีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ
3. เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคจิตเภท
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ในอังกฤษได้ชี้ให้เห็นว่าการสูบบุหรี่จะเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคจิตเภท โดยพบว่า 57 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เข้ารับการรักษาอาการทางจิตเภทมีประวัติการสูบบุหรี่ และเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะมีอาการทางจิตเร็วกว่า 1 ปี
4. ทำให้ลูกเสี่ยงเป็นโรคหอบหืด
ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเบอร์เก้นในนอร์เวย์พบว่า การที่ผู้ชายสูบบุหรี่มาตั้งแต่วัยรุ่นหรือสูบบุหรี่มาเป็นเวลานานก่อนมีครอบครัว จะทำให้ลูกๆ ของเขามีความเสี่ยงเป็นโรคหอบหืดตั้งแต่เด็กสูงถึง 3 เท่า
5. ทำให้เซลล์ปอดเกิดความผิดปกติ
นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าการสูบบุหรี่วันละหนึ่งซองคือสาเหตุหลักที่ทำให้เซลล์ปอดเกิดความเสียหาย ซึ่งจะนำไปสู่ความผิดปกติของเซลล์และอาจพัฒนาเป็นโรคมะเร็งปอด รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในอวัยวะอื่นๆ
6. เพิ่มความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวกับตา
หลายคนอาจไม่ทราบว่า การสูบบุหรี่เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคที่เกี่ยวกับตาหลายชนิด ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ระบุว่าบุหรี่เกี่ยวข้องกับโรคจอประสาทตาเสื่อม, ต้อกระจก, ต้อหิน, ภาวะเบาหวานขึ้นจอตา และตาแห้ง
7. เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ
นักวิทยาศาสตร์จากอังกฤษเตือนว่า ผู้ที่สูบบุหรี่และมีอายุน้อยกว่า 50 ปีมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจสูงกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ในวัยเดียวกันถึง 8 เท่า ขณะที่ผู้ที่มีอายุระหว่าง 50-65 ปีมีความเสี่ยงอยู่ที่ 5 เท่า และผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงถึง 3 เท่า
8. ทำลายต่อมรับรสอาหาร
หนึ่งในเหตุผลที่ไม่ควรสูบบุหรี่คือสารพิษในบุหรี่ที่ทำลายต่อมรับรสอาหาร ทำให้เราไม่สามารถรับรสอาหารได้อย่างเต็มที่ แม้กระทั่งกาแฟที่มีรสขมก็อาจรู้สึกไม่ชัดเจน นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบว่า แม้จะหยุดสูบบุหรี่ในภายหลัง แต่ต่อมรับรสที่ถูกทำลายแล้วก็อาจไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้
9. ทำให้แก่ก่อนวัย
ผลการวิจัยในปี 2017 โดยนักวิทยาศาสตร์พบว่า การสูบบุหรี่จัดและการดื่มแอลกอฮอล์จัดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดีเอ็นเอในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน และเป็นปัจจัยที่เร่งให้ใบหน้าดูแก่ก่อนวัยได้อย่างเห็นได้ชัด
