
ในความจริง ทุกคนต่างก็ต้องการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานนี้ ทั้งในด้านความสามารถและทักษะ เมื่อเราต้องการเปลี่ยนแปลง เราก็มักจะตั้งเป้าหมายที่ต้องการบรรลุ แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่การพูดหรือคิดมันง่ายกว่าการลงมือทำมากมาย นั่นทำให้ไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จในเป้าหมายของตัวเอง และท้ายที่สุดก็อาจจะยอมแพ้ไป ดังนั้น มาค้นหาสาเหตุว่าทำไมเราถึงไปไม่ถึงเป้าหมาย เพื่อจะได้หาวิธีแก้ไขได้ทันเวลา
ขาดแรงจูงใจที่จะทำให้ถึงจุดหมาย
เมื่อเริ่มทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ อาจจะพบกับความเหนื่อยล้าและความท้อแท้ ทุกอย่างดูเหมือนยากไปหมดจนทำให้เราไม่มีแรงจูงใจที่จะเดินหน้าต่อไป แต่อย่าลืมว่า การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา ถามตัวเองว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ใหญ่เกินไปไหม ยากเกินไปหรือเปล่า หรือยังคงอยากทำให้สำเร็จอยู่หรือไม่ หากรู้สึกว่ายากเกินไป ลองหาคนช่วยคิด หรือแม้แต่แข่งกับเพื่อนก็อาจจะทำให้กระบวนการนี้สนุกขึ้นได้
ความมั่นใจที่เคยมีถูกทำลายไป
แม้เราจะตั้งเป้าหมายไว้ดีและชัดเจน แต่บางครั้งเมื่อความมั่นใจที่เคยมีหายไปก็อาจจะทำให้เราหยุดเดินหน้าแทนที่จะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังและนั่งเศร้า มันไม่มีประโยชน์ ถ้าเป็นอย่างนั้นต้องทำใจให้ดีขึ้นก่อน พยายามให้กำลังใจตัวเองว่าทุกวันเราต้องพัฒนาตัวเอง แม้จะเป็นเพียงเล็กน้อยก็ตาม เมื่อสุขภาพจิตแข็งแรง ความมั่นใจจะกลับมาเอง
ขาดแผนการที่ชัดเจนในการทำ
ถ้าเราไม่มีแผนการที่ชัดเจน การมองเห็นเป้าหมายก็จะไม่ชัดเจนตามไปด้วย การฝืนทำต่อไปก็ไม่ต่างจากการเดินโดยไม่มีทิศทาง ผลลัพธ์สุดท้ายคือไม่สามารถไปถึงจุดหมายได้ จึงต้องระลึกไว้เสมอว่า การเปลี่ยนแปลงต้องมีแผนการที่ชัดเจน อาจจะเป็นแบบอย่าง แรงบันดาลใจ หรือการสนับสนุนจากผู้คนรอบข้าง ดังนั้น ก่อนลงมือทำอะไรควรเตรียมแผนการให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้ทำให้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ
นิสัยชอบผัดวันประกันพรุ่งและคิดวนไปวนมา
หากคุณมักจะพูดคำว่า “เดี๋ยว” จนติดปากและยังไม่ยอมลงมือทำเสียที เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ยากที่จะสำเร็จจริงไหม? บางครั้งก็จมอยู่กับการคิดมากเกินไป พอเห็นอะไรที่น่าสนใจก็เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ไปเรื่อย ๆ พอมีงานต้องทำมากขึ้นก็เริ่มขี้เกียจและเลื่อนการทำสิ่งต่าง ๆ ออกไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรสำเร็จเลย ดังนั้น ถ้าเป็นเช่นนี้ ต้องปรับเปลี่ยนนิสัยของตัวเองและลงมือทำจริง ๆ โฟกัสไปที่งานทีละอย่าง อย่าเสียเวลาไปกับการลังเลอีกเลย
