
ในช่วงที่เศรษฐกิจฝืดเคืองและค่าใช้จ่ายสูงขึ้น หลายปัจจัยภายนอกมีผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของไทย ทำให้มีข่าวการปลดพนักงานจากบริษัทและองค์กรต่าง ๆ ที่เราได้ยินกันบ่อยครั้ง
หลังจากการระบาดของ COVID-19 หลายบริษัทต้องยื่นขอล้มละลายเพื่อฟื้นฟูกิจการ ซึ่งทำให้พนักงานเหล่านั้นกลายเป็นผู้ตกงานทันที ตัวเลขคนว่างงานในประเทศไทยตอนนี้ประมาณ 8.3 ล้านคน และหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นไปอีกในอนาคต
ถึงแม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในช่วงนี้ แต่ Tonkit360 ก็ได้รวบรวม 7 วิธีรับมือสำหรับคนตกงาน เพื่อให้คุณมีกำลังใจในการลุกขึ้นสู้ต่อไปได้
1. หยุดใช้เงินฟุ่มเฟือย และตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
การใช้จ่ายเกินตัวในช่วงที่ตกงานเป็นสิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะตอนนี้เราควรเก็บเงินไว้ใช้ในสิ่งจำเป็น เช่น ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และค่าเดินทางไปสัมภาษณ์งาน ดังนั้น ควรหักห้ามใจตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน
2. ส่งเรซูเม่ไปอย่างต่อเนื่อง การได้สัมภาษณ์ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีแล้ว
อย่าท้อแท้และยอมแพ้ ให้พยายามส่งเรซูเม่ของคุณไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้รับการติดต่อจากบริษัทหรือสำนักงานที่สนใจ อาจจะลองสมัครงานจากประกาศต่าง ๆ หรือเริ่มหางานในบริษัทใกล้ที่พักก่อน แต่หากมีบริษัทที่สนใจอยู่แล้ว ก็สามารถฝากใบสมัครไว้เพิ่มโอกาสให้ตัวเองได้เช่นกัน
3. เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ ด้วยการเรียนเพิ่มเติม
ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ปัจจุบันมีคอร์สออนไลน์จำนวนมากที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพียงแค่ลงทะเบียนก็สามารถเรียนได้ทุกที่ หากมีเวลาว่างพอ ควรใช้โอกาสนี้ในการเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อให้ตัวเองไม่เสียเวลาไปอย่างไร้ค่า การพัฒนาภาษาอังกฤษถือเป็นทักษะที่สำคัญในทุกบริษัทในปัจจุบัน ยิ่งถ้าสามารถสื่อสารภาษาที่สองได้ดี ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการหางานได้มากขึ้น
4. ทำในสิ่งที่รัก และเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง
ค้นหาสิ่งที่คุณรักและลงมือทำอย่างมีความสุข เพราะการทำสิ่งที่ชอบมักทำให้เราออกมาทำได้ดีเสมอ หากคุณพบสิ่งที่ชอบและมีแนวทางในการเริ่มต้น ก็สามารถต่อยอดไปสู่การทำธุรกิจเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองได้ และที่สำคัญ คนที่เริ่มต้นก่อนย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น ต้องศึกษาตลาดและความต้องการให้ดีก่อนเริ่มต้นด้วย
5. อย่าติดอยู่กับงานในตำแหน่งเดิม
ลองเปิดโอกาสหางานในตำแหน่งใหม่ที่เหมาะสมกับตัวเอง อย่าจมปลักอยู่กับตำแหน่งเดิม ๆ แม้ว่าบางคนจะไม่ได้ทำงานตรงกับสิ่งที่เรียนมา แต่ก็ยังสามารถทำได้ดีและประสบความสำเร็จได้ ดังนั้น หากมีโอกาสงานใหม่ ๆ ที่สามารถทำได้ในช่วงนี้ ควรลองทำไปก่อน หากสถานการณ์ดีขึ้นแล้วค่อยพิจารณาตำแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
6. ทำงานพาร์ทไทม์ หรืออาสาสมัคร
การทำงานพาร์ทไทม์ ฝึกงาน หรือทำงานอาสาสมัคร ถือเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์อย่างมาก แม้จะไม่ได้รับเงินเดือนมากมายเหมือนงานประจำ แต่ก็ช่วยให้คุณมีรายได้บางส่วน และยังเป็นการฝึกฝนประสบการณ์และเพิ่มทักษะใหม่ ๆ ดีกว่าการนั่งอยู่เฉย ๆ ในช่วงที่ตกงาน
7. เข้าร่วมงานสัมมนา และพบปะผู้คนใหม่ ๆ
ออกไปพบเจอคนใหม่ ๆ และสร้างความสัมพันธ์จากการไปงานสัมมนา โดยเลือกสัมมนาที่น่าสนใจและไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มพูนความรู้และหาความคิดใหม่ ๆ จากงานเหล่านั้น การเลือกหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางอาชีพของคุณในอนาคตจะช่วยให้คุณได้ประโยชน์มากที่สุด
