
ไม่ว่าจะเป็นนักออกกำลังกายที่ช่ำชอง หรือมือใหม่ที่เริ่มออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก ปรับรูปร่าง หรือเสริมสร้างสุขภาพ สิ่งที่หลายคนต้องเผชิญคือช่วงเวลาที่รู้สึกเหนื่อยล้า ท้อแท้ หรือหมดแรงบันดาลใจในการไปยิม หรือออกกำลังกาย อาจเกิดจากความเครียดจากการทำงาน หรือปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต หรือแม้กระทั่งรู้สึกท้อใจเมื่อผลลัพธ์การลดน้ำหนักไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หรือแม้แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นจากจุดไหน สิ่งสำคัญคือต้องปรับทัศนคติ จูนความสนใจใหม่ และปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถกลับมาออกกำลังกายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
เมื่อรู้สึกว่าใจพร้อมและตั้งใจที่จะออกกำลังกาย และทราบถึงสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องลงมือแก้ไขให้ตรงจุด
- หากขาดแรงจูงใจและกำลังใจ ลองหาคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน มาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเชิญชวนกันไปออกกำลังกาย หรือค้นหาคนที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เรา เช่น ดาราฟิตเนส ไอดอล หรือรูปภาพของรูปร่างในฝันที่อยากเป็น หรือจะอ่านบทความและหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการลดน้ำหนักและการออกกำลังกายเพื่อเติมพลังใจให้กับตัวเองก็ได้
- หากคุณมีภารกิจมากแต่เวลาน้อย ลองจดรายการกิจกรรมประจำวันของตัวเอง และมองหาช่วงเวลาว่างที่สามารถเพิ่มการออกกำลังกายลงไปได้ แบ่งการออกกำลังกายเป็นช่วงๆ โดยเลือกเวลาที่สะดวก เพราะการออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องทำในตอนเช้าหรือตอนบ่าย แค่คุณหาเวลาที่สามารถทำได้ก็ได้ประโยชน์แล้ว และไม่จำเป็นต้องไปยิมหรือฟิตเนส การออกกำลังกายที่ไหนก็สามารถให้ผลลัพธ์ได้ทั้งนั้น
- หากออกกำลังกายที่ความหนักปานกลาง เช่น การเดิน วิ่งจ็อกกิ้ง หรือทำบอร์ดี้เวทตาม Youtube ควรทำครั้งละ 20-30 นาที 1-2 ครั้งต่อวัน (ถ้าทำได้) พยายามให้ได้ 5 วันต่อสัปดาห์ หรือถ้าเป็นกิจกรรมที่มีความหนัก เช่น วิ่งในรูปแบบ High Intensity Interval Training, Tabata Training หรือเล่นเวทหนักๆ สามารถทำได้ตั้งแต่ 20-60 นาที 1 ครั้งต่อวัน พยายามให้ได้ 3 วันต่อสัปดาห์ เท่านี้ก็จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เด่นชัดขึ้นแล้ว
- หากไม่มีเวลาจริงๆ ลองใช้วิธีการแทรกการออกกำลังกายเข้าไปในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน หรือปั่นจักรยานไปทำงาน ไปซื้อของ หรือไปทานข้าว เดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ ทำการช็อปปิ้ง ทำสวน หรือทำความสะอาดบ้าน เพียงวันละ 30 นาที ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายได้แล้ว
- หากปัญหาของคุณคือเรื่องการเงิน ค่าใช้จ่ายในการออกกำลังกายและค่าเมมเบอร์ยิมอาจกลายเป็นภาระที่ไม่สามารถรับผิดชอบได้ ลองหาทางออกโดยไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะ วิ่งจ็อกกิ้ง หรือทำกิจกรรมกีฬาในสนามใกล้บ้าน หรือหากสะดวกก็สามารถออกกำลังกายที่บ้านโดยใช้ Video ที่มีอยู่มากมายใน Internet ก็ได้
- ความหิวที่เกิดจากปัจจัยทางอารมณ์ การกินเพื่อลดความเครียดเป็นการใช้การกินอาหารช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายทั้งๆ ที่ร่างกายไม่ได้หิว อาการหิวประเภทนี้มักเกิดจากสภาวะทางอารมณ์ เช่น ความเบื่อหน่าย ความเหงา ความวิตกกังวล หรือความเครียดจากงาน หากเกิดอาการหิวจากความเครียดทางอารมณ์ ลองแก้ไขด้วยการหันไปออกกำลังกาย เช่น การเล่นโยคะ ที่ช่วยให้ได้ทั้งการออกกำลังกายและการฝึกสมาธิ ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายร่างกาย ลดความเครียด และลดความอยากอาหารได้
