ทำความรู้จักมุมอื่นของผู้บริหารหนุ่ม 'ไฮโซเซนต์' หรือ 'ธราภุช คูหาเปรมกิจ' ที่เจ้าตัวบอกว่า 'ไพออริตี้ในชีวิตผมเป็นครอบครัวเสมอ!!!'
ตอนนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ‘ไฮโซเซนต์’ หรือ ‘ธราภุช คูหาเปรมกิจ’ กลายเป็นผู้ชายอบอุ่นในฝันของสาวๆ ทั้งหลายแล้ว! เริ่มต้นจากการเป็นที่รู้จักในฐานะหวานใจของสาวสวย ‘คุณมิว-นิษฐา จิรยั่งยืน’ ความโรแมนติกและโมเมนต์น่ารักของเขากลายเป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก แต่วันนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักกับไฮโซเซนต์ในมุมใหม่ในฐานะทายาท ‘ผู้ค้าทองคำ’ หนึ่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์
ไม่เพียงแต่มีภาพลักษณ์เป็นหนุ่มขี้เล่นอย่างเดียว เพราะในฐานะกรรมการผู้จัดการของ บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด (มหาชน) คุณเซนต์ยังรับผิดชอบดูแลภาพรวมและทิศทางการดำเนินธุรกิจทั้งหมดด้วย

ชื่อของ ‘โกลเบล็ก’ เป็นที่รู้จักดีในวงการทองคำ เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานสูงและได้รับการยอมรับเรื่องความโปร่งใสในการทำธุรกิจ นอกจากนี้ยังเป็นบริษัทเดียวในธุรกิจค้าทองคำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมียอดขายทองคำแท่งเฉลี่ยต่อปีหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของบริษัท
การก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารในวัยยังไม่ถึง 30 ปีไม่เพียงแต่ท้าทายความสามารถของคุณเซนต์เท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากหลายๆ ด้านมากกว่าคนอื่น เพราะเขาคือทายาทรุ่นที่ 3 ของเจ้าของธุรกิจ และในฐานะที่บริษัทของเขาเป็น ‘บริษัทมหาชน’ ก็ยิ่งต้องถูกบอร์ดบริหารจับตามองอย่างใกล้ชิด และประเมินความสามารถของผู้บริหารอย่างละเอียด ดังนั้น หากเขาไม่เก่งจริงหรือไม่ทำงานได้ดี การดำรงตำแหน่งนี้ก็คงไม่ง่ายเลย
จุดเปลี่ยนในชีวิต
กว่า 80 ปีที่ครอบครัวเริ่มต้นธุรกิจค้าทองคำตั้งแต่สมัยอากง จนมาถึงช่วงที่ครอบครัวขยายกิจการมาทำธุรกิจหลักทรัพย์ คุณเซนต์ใช้ช่วงเวลาว่างหลังจากเรียนจบไฮสคูลจากสิงคโปร์ในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับหุ้น และนำเงินเก็บของตัวเองร่วมกับเงินจากคุณแม่ (คุณกาญจนา คูหาเปรมกิจ) มาลองเล่นหุ้น ก่อนจะไปเรียนเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยบอสตันในสหรัฐอเมริกา แม้การเรียนที่นั้นจะเต็มไปด้วยทฤษฎี แต่คุณเซนต์ไม่เชื่อว่าจะช่วยให้เขาหาเงินได้ จึงเลือกทำงานที่ธนาคารเพื่อศึกษาระบบการทำงานของธนาคาร แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับหุ้น แต่ก็ทำให้เขาได้รู้จักกับโลกตลาดการเงินอย่างแท้จริง ต่อมาเขาไปเรียนปริญญาโทด้าน Investment Management ที่ Cass Business School ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตเขา “ตอนนั้นวิกฤติเศรษฐกิจเกิดขึ้น แม้มันไม่กระทบกับชีวิตผม แต่คิดว่าที่บ้านน่าจะได้รับผลกระทบด้วย ผมเลยเริ่มคิดว่า ถ้าผมไม่เก่ง ไม่ขยัน และไม่มีเงินเก็บ อนาคตอาจจะลำบากได้ จึงเริ่มวางแผนชีวิตใหม่”
แม้เงินเก็บจากการเล่นหุ้นของคุณเซนต์จะไม่ได้มากเมื่อเทียบกับมูลค่าธุรกิจของครอบครัว แต่ก็ไม่เคยทำให้เขาต้องเผชิญกับความยากจน เขายังคงเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างประหยัด และรับมือกับวิกฤติครั้งนั้น ด้วยการตัดค่าใช้จ่ายในเรื่องเล็กๆ เช่น ซื้อขวดน้ำไปกรอกน้ำที่มหาวิทยาลัยแทนการซื้อน้ำขวด หรือเก็บอาหารมื้อที่เหลือไว้ทานมื้อต่อไป “ค่าน้ำเดือนนึงอาจจะไม่มาก แต่สำหรับผมอะไรที่สามารถทำได้ ผมก็ทำ เพราะไม่รู้ว่าภาวะวิกฤติจะเลวร้ายแค่ไหน” เขาใช้เวลาเรียนปริญญาโทเพียงปีเดียว ก่อนจะกลับมาช่วยงานในธุรกิจของครอบครัว

‘ผมไม่ใช่ผู้บริหารที่เก่ง’
เมื่อคุณเซนต์กลับมาช่วยงานในบริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก เขาเริ่มต้นในตำแหน่งวาณิชธนกร ด้วยเงินเดือนเพียงหมื่นบาท สำหรับปริญญาโทจากอังกฤษ และนั่งทำงานในห้องเล็กๆ เขากลับรู้สึกสนุกและตื่นเต้นกับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ได้รับ “การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินช่วยให้ได้เรียนรู้พื้นฐานการลงทุนและทำธุรกิจทุกอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจได้” ต่อมาเขาสอบผ่านใบอนุญาตวาณิชธนกรและทำงานในตำแหน่งนี้ต่อไปหลายปี
“การเป็นที่ปรึกษาการเงินทำให้ความคิดและการแก้ปัญหาของผมค่อนข้างเป็นระบบ เมื่อรวมกับความวิตกกังวลที่มีอยู่ ทำให้ผมปรับตัวเข้ากับหน้าที่ใหม่ได้ไม่ยากนัก โชคดีที่ผมสนใจการลงทุนมาตลอด และศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเสมอ ผมอ่านหนังสือและดูหุ้นมาเยอะ พอได้เห็นภาพรวมของบริษัทต่างๆ ทำให้ผมมองธุรกิจได้ดีขึ้นกว่าคนในวัยเดียวกัน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของตัวผม แต่ผมเป็นคนค่อนข้างคอนเซอเวทีและชิลล์ ถ้าจะให้ผมเป็นผู้นำแบบไฟแรง ที่กระตุ้นให้ลูกน้องแอ็กทีฟตลอดเวลา หรือใช้วาทศิลป์ในการเจรจา ผมไม่ถนัดและไม่สบายใจถ้าต้องทำแบบนั้น ผมเป็นคนที่คิดเยอะและไตร่ตรองการตัดสินใจอย่างละเอียดรอบคอบ จะไม่เสี่ยงทำอะไรที่ตัวเองไม่มั่นใจ”
เขายิ้มเหมือนอ่านใจคนฟังออก “ในช่วงแรกที่เข้ามาเป็นผู้บริหาร ก็มีอุปสรรคบ้าง แต่ธุรกิจเราก็ไม่ได้วัดผลกันเร็วขนาดนั้น แต่ก็ทำให้ผมเรียนรู้ว่าเราควรตัดสินใจให้เร็วขึ้น อย่าลังเลจนเกินไป บางครั้งมันอาจจะดูเหมือนว่าไม่ตรงกับตัวตนของผมในฐานะผู้บริหาร แต่หน้าที่ของผมคือทำให้เป้าหมายสำเร็จ ด้วยการเลือกคนที่มีความสามารถมาช่วยงาน ผมรู้ว่าตัวเองขาดอะไร ก็เลือกคนที่มีทักษะนั้นมาเติมเต็ม เมื่อต่างคนต่างทำหน้าที่ที่ถนัด ผลลัพธ์ก็จะดีเอง” นี่คือเหตุผลที่เขากล่าวว่า “ผมคิดว่าตัวเองบริหารคนไม่เก่ง แต่ผมบริหารการใช้คนได้ดี”

ธุรกิจครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น
“องค์กรของเราให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือผู้บริหาร เราเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน ด้วยเหตุผล” คุณเซนต์ยังเล่าถึงคุณธนพิศาล ด้วยความชื่นชม “เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่เคยเอาเปรียบใครแม้แต่ลูกน้อง” นอกจากนี้คำแนะนำจากรุ่นที่ 2 ก็ยังมีความสำคัญมากสำหรับธุรกิจครอบครัวอย่างโกลเบล็ก “เรามีกรอบการทำงานที่ชัดเจน ทุกวันนี้คุณลุงและคุณพ่อ (คุณกีรติพงษ์ คูหาเปรมกิจ) ยังคงเป็นบอร์ดบริหารคอยให้คำปรึกษา ส่วนการเป็นบริษัทมหาชนทำให้การบริหารมีระบบและโปร่งใส ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยในการขยายธุรกิจในอนาคต ถึงแม้จะเป็นธุรกิจครอบครัว แต่เราทำงานกันอย่างมืออาชีพ”
การเข้ามารับช่วงธุรกิจต่ออาจดูไม่ยากเท่ารุ่นก่อนที่ต้องเริ่มต้นสร้างธุรกิจจากศูนย์ แต่ในยุคที่การแข่งขันสูงและการปรับตัวเป็นสิ่งจำเป็น การที่เราสามารถทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ในยุคที่แตกต่าง ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับรุ่นที่ 3
“เราได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือแบบเรียลไทม์เพื่อเพิ่มช่องทางการลงทุนและอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการเช็กราคาทองคำ ขยายเวลาการซื้อขายทองคำ ขยายวงเงินการซื้อขายทางออนไลน์ และใช้แอพเพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารขององค์กรและบทวิเคราะห์การลงทุนผ่านทุกช่องทางของโซเชียลมีเดีย ทั้งเว็บไซต์ เฟสบุ๊ก ไลน์ ทุกอย่างสามารถทำได้ผ่านปลายนิ้ว นอกจากนี้ เรายังระดมความคิดในการออกผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ เช่น โครงการออมทอง ที่ให้ลูกค้าสามารถซื้อทองคำด้วยวงเงินที่เท่ากันทุกเดือน โดยมีขั้นต่ำเดือนละ 1,500 บาท โดยไม่ต้องใช้เงินก้อนไปซื้อทอง และยังมองหาช่องทางขยายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่เศรษฐกิจเติบโตดีและความนิยมในทองคำสูง เพื่อช่วยขยายธุรกิจในอนาคต”
2 คนที่ 'หนุ่มนักลงทุน' ต้องแพ้ทาง!!!
“ทุกเรื่องในชีวิตผมคิดแบบเดียวกับการลงทุน ผมรู้ว่าแต่ละปีรายได้ของผมเป็นเท่าไหร่ และสามารถใช้จ่ายไปได้แค่ไหน” เขาใช้คำว่าระเหยกับการใช้จ่ายที่หมดไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่คนฟังกำลังคิดตาม เขาก็ยกตัวอย่างทันที “นาฬิกาที่ผมใส่ ถ้าราคาตกผมจะรีบขาย ถือว่าเรากำไรจากการใช้ไปแล้ว หรือถ้าราคากำลังขึ้น ผมก็ขายไปเลย จนบางทีคุณแม่บอกว่า ‘ซื้อมาก็เก็บไว้ใช้เถอะลูก’ (หัวเราะ) คือผมไม่ยึดติดกับสิ่งของใดทั้งสิ้น ผมมีของสะสมมากมาย แต่ถ้าสิ่งไหนเกินมูลค่าที่สมควร ผมก็ขายไป ส่วนการใช้จ่ายเพื่อความสุขหรือหาประสบการณ์ให้ชีวิต ผมก็คิดเหมือนกัน ฉะนั้นก่อนที่จะใช้จ่ายอะไร ผมคิดแล้วทุกอย่าง คุณแม่ก็ยังงงๆ และบ่นบ้างว่า ‘คิดเยอะจัง’ (หัวเราะ) แต่ผมไม่เครียดนะครับ ทุกอย่างมันกลายเป็นอัตโนมัติไปแล้ว คนรอบข้างอาจจะรู้สึกอึดอัดบ้าง (ยิ้ม) แต่ผมแฮปปี้ที่รู้ว่าเราใช้จ่ายไปเท่าไหร่ และมันจะมีมูลค่าในอนาคตยังไง ผมรู้หมด แต่ผมจะไม่ไปบังคับให้คนอื่นต้องคิดแบบผม”

ทุกย่างก้าวในชีวิตของคุณเซนต์ล้วนถูกขับเคลื่อนด้วยความรอบคอบและการคิดไตร่ตรองอย่างละเอียด “ผมมีความสุขกับชีวิต ฝันอยากมีชีวิตที่เรียบง่ายและเกษียณเร็ว ดังนั้น การทำธุรกิจครอบครัวสุดท้ายแล้วก็ต้องตั้งระบบที่มืออาชีพเข้ามาช่วยดูแลธุรกิจให้ได้ แต่ตอนนี้ต้องทำให้ธุรกิจแข็งแกร่งก่อน การทำธุรกิจครอบครัวไม่ใช่แค่การทำงานทั่วไป เราต้องทำให้ดีที่สุด เพราะที่จริงมันเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว ถ้าธุรกิจมีปัญหามากเกินไป สุดท้ายพี่น้องก็อาจแตกแยกกันไป ผมโชคดีที่ได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่หลายท่านที่เป็นแบบอย่างให้กับผม ผมไม่ปฏิเสธว่าเงินสำคัญ แต่สิ่งที่เติมเต็มความสุขในชีวิตจริงๆ คือครอบครัว ถ้ารวยแล้วแต่ไม่มีความสุขในครอบครัว มันคงไม่มีค่าอะไรเลย ถ้ารวยจนทะเลาะกันแตกแยกกัน ผมไม่อยากให้ครอบครัวเราเป็นแบบนั้นเด็ดขาด นี่คือแก่นสำคัญของชีวิตผม”
“ลำดับความสำคัญในชีวิตผมคือครอบครัวเสมอ ผมยิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อได้เห็นผลงานสำคัญที่ตัวเองทำสำเร็จ ล่าสุดกับโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ผมไปลงทุน ซึ่งตอนนี้สามารถขายไฟได้แล้ว ผมรู้สึกมีความสุขมาก และอยากมีใครสักคนที่สามารถมาแชร์ความรู้สึกนี้ร่วมกับผม นี่คือเหตุผลที่ผมคิดว่าตอนนี้พร้อมที่จะสร้างครอบครัวของตัวเอง อยากก้าวไปสู่เฟสใหม่ของชีวิต ผมอยากเป็นพ่อที่สามารถใช้เวลากับลูกได้มากๆ” คุณเซนต์จึงขอแฟนสาว คุณมิว-นิษฐา จิรยั่งยืน นางเอกสาวคนสวย แต่งงานไปเมื่อไม่นานนี้
คุณมิวและคุณเซนต์ให้สัมภาษณ์คู่กันในรายการ 3 แซบ อาจดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเริ่มต้นเร็วเพียงแค่ปีเดียว แต่สำหรับผู้ชายที่คิดและทำทุกอย่างด้วยเหตุผลรองรับมาโดยตลอด และผู้หญิงอย่างคุณมิวที่ไม่เคยมีข่าวเชิงชู้สาวเลย ทั้งคู่จึงตัดสินใจดีแล้วที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในอนาคต “ไม่ว่าชีวิตจะเจอเรื่องดีหรือร้าย มันจะไม่มีความหมายเลยถ้าเราต้องเผชิญมันโดยไม่มีคนที่เรารักอยู่เคียงข้างกัน คุณแม่เคยบอกผมว่า การมีเงินมากมายไม่สำคัญเท่ากับการที่เราต้องมีความสุขในชีวิต”
คุณเซนต์ปิดท้ายการสนทนาด้วยเสียงทุ้มนุ่มที่สามารถสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้รอบวงว่า “คงมีแต่แม่กับเมียนี่แหละครับ ที่ฟังก์ชั่นการคิดวิเคราะห์ของผมจะไม่ทำงาน”
ติดตามได้ในนิตยสาร HELLO! ปีที่ 14 ฉบับที่ 13 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2562
หรือสามารถดาวน์โหลดฉบับดิจิตอลได้ที่ www.ookbee.com และ www.shop.burdathailand.com
