การฝึกต้องกระตุ้นให้กล้ามเนื้อทุกส่วนรู้สึกเจ็บ ทุบทำลายกล้ามเนื้อในจุดที่ต้องการเพื่อให้เกิดการฟื้นฟูและขยายตัวในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพ ต้องเล่นซ้ำแต่ละส่วนในช่วงเวลาสั้นที่สุด คล้ายกับการกระตุ้นจุดระเบิด ทำลายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เลือดไปคั่งที่จุดนั้นมากที่สุด ภายในเวลาที่กระชั้นชิดที่สุด
คำโบราณที่ว่า ‘เกิดมาครบ 32’ หรือ ‘อาการครบ 32’ หมายถึงการมีอวัยวะครบถ้วน ไม่พิการแต่อย่างใด แต่กับ ‘ตู่-สมศักดิ์ ค้าขึ้น’ คำนี้ใช้ไม่ได้ เพราะความพิการไม่สามารถทำลายเขาได้ แม้จะเคยถูกทำร้ายจากอุบัติเหตุจนถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย แต่เขากลับฟื้นขึ้นมาและแข็งแกร่งกว่าที่เคย ทั้งในฐานะแชมป์โลกกีฬายกน้ำหนักคนพิการและแชมป์โลกเพาะกาย ปัจจุบันเขาเป็นเทรนเนอร์ฟรีแลนซ์ที่ช่วยเทรนคนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการรูปร่างที่ดีทั่วประเทศ
‘เหล็ก’ ตั้งแต่เด็ก
เริ่มต้นจากการเป็นเด็กบ้านๆ ที่ชอบวิ่งเล่น ดูการ์ตูน และออกกำลังกายแบบเบาๆ แต่ไม่ชอบเล่นกีฬาเหมือนเพื่อนๆ ที่ไปเตะฟุตบอล หรือเล่นกีฬาอื่นๆ แทนที่จะไปเล่นแบบนั้น ผมกลับสนใจเหล็กและบาร์เบล อยากมีหุ่นที่ดี เลยไปทำงานที่อู่ซ่อมรถ เพราะที่นั่นนอกจากได้เงิน ยังได้ยกเหล็กซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบ คิดว่าการทำแบบนี้จะช่วยให้มีกล้ามเนื้อ แล้วไม่ได้เข้าไปยิมเหมือนทุกวันนี้ จนกระทั่งเห็นมีฟิตเนสและยิมในกรุงเทพฯ จึงตัดสินใจเข้ามาหางานในกรุงเทพฯ และรู้จักการเล่นยิมจริงจังในเวลาต่อมา
เนื้อหุ้ม ‘เหล็ก’ ไม่ได้
ผมไม่เคยพิการมาตั้งแต่เกิด แต่เมื่อเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เก็บเงินได้ในปี 2544 จึงตัดสินใจซื้อบิ๊กไบค์มาใช้ขับไปทำงานและท่องเที่ยว มีกลุ่มเพื่อนออกทริปไปจังหวัดกาญจนบุรี และที่นั่นเองที่เกิดอุบัติเหตุทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปจากคนปกติกลายเป็นคนพิการ จุดเริ่มต้นมาจากเส้นทางไปน้ำตกเอราวัณที่ผมขับไปจนถึงโค้งหักศอก จุดที่มองไม่เห็นทางและขับขี่ประมาทจนเกิดอุบัติเหตุ ขาหักและเส้นเลือดใหญ่ขาด หมอแจ้งว่าต้องตัดขาเพื่อชีวิต รักษาไว้ให้หายจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด

สภาพจิตใจเมื่อร่างกายถูกแทนด้วย ‘เหล็ก’
ตอนนั้นผมเศร้าอยู่หลายเดือน พอกลายเป็นคนพิการจริงๆ ทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนไป ความคิดในหัวเต็มไปด้วยสิ่งลบ คิดว่าโลกนี้มันเลวร้ายไปหมด ก่อนหน้านี้ผมเคยทำงานเป็นสตั๊นท์แมนและนักแสดง แต่หลังอุบัติเหตุทำอะไรไม่ได้เลย รู้สึกเหมือนจะเป็นภาระของครอบครัว เพราะไม่เคยพึ่งพาคนอื่นมาก่อน ทุกวันคิดแต่เรื่องนี้และร้องไห้ หลังจากหายจากอาการบาดเจ็บ กลับไปอยู่บ้าน แต่ความคิดเหล่านั้นยังตามหลอกหลอน จนถึงจุดที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกินยาหลายตัวพร้อมกัน แต่โชคดีที่แม่มาช่วยพาไปโรงพยาบาลทันเวลาพอดี
คำสัญญากับแม่นำพาสู่กีฬายก ‘ลูกเหล็ก’
หลังจากรอดชีวิตอีกครั้ง แม่ขอร้องให้แม่ตายก่อนลูก ซึ่งทำให้ผมเริ่มคิดได้ ผมใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนในการทำใจ แล้วกลับมาทำงานในกรุงเทพฯ ก่อนจะเริ่มทำงานเป็นโอเปอเรเตอร์ จากนั้นเพื่อนๆ ที่รู้จักกันใน กกท. แนะนำให้ลองสมัครกีฬายกน้ำหนักคนพิการ ซึ่งเป็นกีฬาที่คนพิการสามารถเล่นได้ และส่วนใหญ่จะเป็นท่าทางที่เหมาะสมกับคนพิการ ผมคิดว่าเคยเล่นกีฬาประเภทนี้มาก่อนเลยตัดสินใจเริ่มฝึกซ้อม หลังจากนั้นก็เป็นตัวแทนกรุงเทพฯ ไปแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่เชียงใหม่ปี 2003 และได้เหรียญทองในการแข่งขันครั้งแรก ซึ่งทำให้มีกำลังใจในการเดินทางในเส้นทางนี้มากขึ้น ต่อมาในปีเดียวกันผมก็ได้รับคัดเลือกเข้าสู่ทีมชาติ และได้เหรียญเงิน 2 เหรียญในกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ที่เวียดนาม และเหรียญเงินที่ฟิลิปปินส์ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ จากนั้นก็ได้เหรียญทองมากมาย เช่น ที่โคราช มาเลเซีย และอินโดนีเซียในซีเกมส์ และเหรียญทองในชิงแชมป์โลกที่อินเดีย ทำให้ผมยึดอาชีพนักกีฬายกน้ำหนักคนพิการต่อไป

ผันตัวสู่การเป็น ‘คนเหล็ก’
ในปี 2013 ผมเริ่มถอนตัวจากการเป็นนักกีฬายกน้ำหนักด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งอายุของกล้ามเนื้อและมวลกระดูกที่เริ่มเสื่อมลงจากการฝึกซ้อมหนักจนเกินไป การยกน้ำหนักที่เกินกำลังสองถึงสามเท่าทำให้ข้อต่อของผมเสียหายมาก และบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ยกน้ำหนักไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน และไม่สามารถทำลายสถิติตัวเองได้ จึงตัดสินใจมาศึกษากีฬาเพาะกาย ที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหนักหนักเกินไป แต่เน้นการใช้เทคนิคและการดูแลเรื่องโภชนาการ ซึ่งต่างจากการยกน้ำหนักที่ไม่ต้องสนใจเรื่องอาหารมากนัก แต่เพาะกายต้องมีการจัดการอาหารและการฝึกอย่างมีวินัย โดยเฉพาะการทานอาหารที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และต้องจัดตารางชีวิตอย่างละเอียด ซึ่งตอนแรกคิดว่ามันยากมาก แต่เมื่อคิดถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ผมก็พยายามที่จะทำมันให้ได้ เพราะคนปกติก็ยากแล้ว แต่สำหรับคนพิการยิ่งต้องยากกว่า
เรียนรู้สู่การเป็น ‘คนเหล็ก’
การเพาะกายเป็นสิ่งที่ผมชอบตั้งแต่เด็กๆ และผมได้ถามรุ่นพี่หลายๆ คนเกี่ยวกับวิธีการฝึกกล้ามเนื้อให้ชัดเจน เพราะการยกน้ำหนักเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ได้ขนาดกล้ามเนื้อ แต่กล้ามเนื้อจะไม่คมชัด พอได้ศึกษาจริงจังและให้รุ่นพี่มาสอน ผมก็เริ่มเข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหนักมากๆ แต่ต้องเน้นการใช้เทคนิคในการฝึก โดยการใช้เครื่องยกน้ำหนักที่พอดี ซึ่งจะช่วยให้ข้อต่อไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ด้วยเหตุนี้ผมจึงตัดสินใจหันมาเล่นกีฬาเพาะกายเต็มตัว การเพาะกายคือศิลปะบนเรือนร่าง เป็นการวัดจิตใจและความสามารถในการรักษาวินัย การแข่งขันในกีฬานี้คือการแข่งขันที่เกี่ยวกับความสมส่วนของกล้ามเนื้อ และการควบคุมการบริโภคอาหารให้มีผลดีต่อการสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งต้องใช้เวลาและความอดทนในการไดเอทประมาณ 6 เดือน และทำการคาร์ดิโอต่อเนื่องเพื่อทำให้กล้ามเนื้อมีความชัดเจนและสมบูรณ์ที่สุด

เทคนิคการเป็น ‘คนเหล็ก’
สำหรับผมแล้ว การเปลี่ยนจากการยกน้ำหนักไปเป็นเพาะกายก็แค่การเปลี่ยนแนวทางใหม่เท่านั้น เพราะร่างกายของผมมีมวลกล้ามเนื้ออยู่แล้ว ซึ่งทำให้ได้เปรียบอยู่พอสมควร ส่วนการปรับโครงสร้างของกล้ามเนื้อก็มีเทคนิคที่ต้องใช้ขั้นตอนที่ละเอียดมาก หลักการพื้นฐานคือการสร้างความเจ็บปวดให้กับกล้ามเนื้อในทุกๆ มัด ให้กล้ามเนื้อฉีกขาด เพื่อจะได้ไปซ่อมแซมและขยายขนาดขึ้น การเล่นในแต่ละส่วนๆ ก็ต้องทำให้มีระยะเวลาอย่างกระชั้นชิดเหมือนการโจมตีจุดนั้นอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุด ทำให้เลือดไปคั่งที่จุดนั้นเพื่อให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วที่สุด ส่วนในเรื่องของอาหารก็ต้องกินเยอะ แต่แบ่งออกเป็นมื้อย่อยๆ เพื่อไม่ให้กระเพาะรับภาระหนักเกินไป นักเพาะกายที่จริงจังต้องกินอาหารมากกว่า 6 มื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อสามารถดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่ การแบ่งมื้ออาหารให้เหมาะสมเป็นสิ่งที่ทำให้สารอาหารกลายเป็นกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ก้าวไปถึง ‘คนเหล็ก’ แชมป์โลก
วงการเพาะกายเปิดกว้างมากในปัจจุบันที่เปิดโอกาสให้คนพิการได้ร่วมแข่งขันด้วย เราสามารถแข่งกับคนปกติได้อย่างเต็มที่ ผมเริ่มจากการแข่งขันในประเทศก่อน และได้มีโอกาสไปแข่งในต่างประเทศด้วย จนกระทั่งได้รับเชิญจากการแข่งขัน ‘มิสเตอร์ ยูนิเวิร์ส (Mr Universe)’ ที่ประเทศเกาหลี ซึ่งเมื่อไปแข่งก็สามารถคว้าแชมป์กลับมาได้ การแข่งขันในรุ่นนี้จะเป็นการผสมกันระหว่างคนพิการและคนปกติ ซึ่งเป็นรุ่นที่เรียกความตื่นตาตื่นใจได้มาก เพราะคนไม่เคยเห็นคนพิการแข่งกับคนปกติมาก่อน เมื่อผมไปแข่งก็ทำให้เกิดความฮือฮาในวงการเพาะกาย ตั้งแต่ตอนนั้นเราก็ได้รับความสนใจจากหลายๆ ประเทศ ว่าในแต่ละประเทศจะมีคนพิการเพียงคนเดียวที่สามารถทำเช่นนี้ได้ ในประเทศไทยผมก็เป็นหนึ่งในนั้น

วินัย ‘เหล็ก’ ของตัวเอง
ในช่วงที่ใกล้แข่งขัน ผมจะหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมอย่างสิ้นเชิง เพราะต้องควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดเพื่อให้รูปร่างพร้อมสำหรับการแข่งขัน ผมเลือกที่จะอยู่ที่บ้าน ไม่ไปไหน และหากมีใครจะมาจ้างผมถ่ายแบบ จะต้องนัดล่วงหน้า 1-2 เดือน เพื่อให้ผมมีเวลาในการปรับรูปร่างตามต้องการ ตอนเริ่มต้นเล่นเพาะกาย ผมกลัวทุกอย่าง กลัวว่าถ้ากินแล้วกล้ามเนื้อจะไม่ชัด หรือกลัวไม่ได้ผลในการประกวด ผมโดนฝึกด้วยวินัยที่หนักมาก แต่พอศึกษาไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้าใจว่าบางอย่างก็สามารถยืดหยุ่นได้ และบางครั้งการที่เรารู้มากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดความเกร็งและความกลัวที่มากเกินไป ซึ่งอาจทำลายเราได้เหมือนกัน
แรงบันดาลใจให้ใครต่อใครที่อยากเป็น ‘คนเหล็ก’
สิ่งสำคัญในการเล่นเพาะกายคือการมีเงิน เพราะคุณไม่สามารถเอาเงินจากที่อื่นมาใช้ได้ทั้งหมด ต้องนำเงินที่มีมาลงทุนที่ตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่ไปซื้อสิ่งของอื่นๆ คนที่มีงบน้อยต้องมีความอดทนสูงมาก ดังนั้นควรเก็บเงินและลงทุนกับตัวเอง ทำงานหนักและพัฒนาตัวเองไม่หยุด ผมไม่เคยคิดจะเลิกกับการแข่งเพาะกายเลย เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมรัก อยากทำทุกอย่างที่เกี่ยวกับการแข่งและการฝึกฝน เพาะกายคืออาชีพที่สามารถหาเงินจากหลายทางได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกลูกค้า หรือการแข่งเองก็เป็นการสร้างรายได้ การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญในกีฬานี้ ไม่จำกัดอายุ เพราะมันคือการแข่งกับใจตัวเอง ถ้าอยากชนะต้องมีวินัยและอดทน ไม่ต้องสนใจสิ่งที่คนอื่นพูด มองแค่ตัวเราเอง และตั้งใจเต็มที่ แม้ว่าเมื่อไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง ก็ไม่เป็นไร เพราะการซ้อมใหม่ได้เสมอ ขอแค่ได้ยืนอยู่บนเวทีก็พอ สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองพิการแล้วหมดหวัง อยากให้มองไปที่สิ่งที่สามารถทำได้ อย่าปล่อยให้ชีวิตผ่านไปโดยไม่ทำอะไร ลองลงมือทำเพื่อสุขภาพ เพราะเมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น ชีวิตจะดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น พยายามมองคนที่แย่กว่าเรา เราจะเห็นว่าชีวิตเราดีกว่า ถ้าเรามองคนที่สูงกว่า เราจะรู้สึกด้อยลง
