จากหญิงสาวที่เคยยืนอยู่ในวงการแสดง แต่เลือกหันหลังให้แสงสีเพื่อมุ่งมั่นในเส้นทางการเป็น ‘ช่างภาพมืออาชีพ’ ปัจจุบันเธอกลายเป็นคนที่อยู่ในสนามบาสเกตบอลมากกว่าพันครั้งและได้รับสิทธิ์ในการวิ่งไปรอบสนามอย่างอิสระ โดยที่ผู้ชมที่ซื้อตั๋วราคาแพงไม่สามารถทำได้ สาเหตุอะไรที่ทำให้ ‘กุ๊กไก่-อรวิสา ทิวไผ่งาม’ กลายเป็นหญิงสาวที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกวัน เรามาร่วมพูดคุยกับเธอกันเถอะ
“เราไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จในทุกวันก็ได้ บางวันอาจจะไม่ได้ตามที่หวัง การที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจมันเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราสามารถรู้จักกับความสำเร็จได้เร็วขึ้น”

คุณเคยเป็นใครในอดีตและตอนนี้เป็นอะไร
อรวิสา ทิวไผ่งาม ปัจจุบันทำงานเป็นช่างภาพประจำทีม ‘โมโนแวมไพร์’ ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยในอาเซียนบาสเกตบอลลีก หากมองในมุมของผู้หญิงก็สามารถมีบทบาทในกีฬาบาสเกตบอลได้หลายด้าน เช่นเป็นเชียร์ลีดเดอร์ หรือแพทย์ประจำทีม แต่เธอเลือกที่จะทำงานเบื้องหลังในการถ่ายภาพและเก็บบรรยากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอหลงรักตั้งแต่เด็ก ตอนสมัยมัธยมเธอเคยเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนในช่วงพักกลางวันและหลังเลิกเรียน พอขึ้นมาถึงมหาวิทยาลัยได้เรียนเกี่ยวกับการถ่ายภาพเบื้องต้นและรู้สึกชอบ จึงนำสองสิ่งที่เธอรักมาผสมผสานจนกลายเป็นอาชีพในปัจจุบัน

อะไรทำให้คุณสนใจกีฬาบาสเกตบอล
โดยส่วนตัวแล้วเราเติบโตมากับการเล่นกับเด็กผู้ชายเสมอ แต่ในบางครั้งก็ถูกบังคับให้เล่นตุ๊กตาและใส่ชุดสีชมพูกับเพื่อนผู้หญิง เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเราเลย เราไม่ชอบอะไรแบบนั้นและรู้สึกอึดอัด จึงเลือกทำสิ่งที่เราชอบดีกว่า ถึงแม้จะมีคนพูดว่าเราไม่ควรทำแบบนั้น เพราะคนอื่นอาจมองเราไม่ดี การพิสูจน์ตัวเองมันใช้เวลา แต่เมื่อเรารู้จักตัวเองและทำงานให้ดี ผลลัพธ์จะตอบคำถามทุกอย่างเอง
อะไรคือเสน่ห์ของบาสเกตบอลที่ทำให้คุณตัดสินใจก้าวลงสนามในฐานะช่างภาพ
ทุกการแข่งขันแม้จะมีกติกาและระยะเวลาที่เหมือนกัน แต่คุณจะพบว่าทุกเกมนั้นมีเรื่องราวที่แตกต่างกันในทุกๆ ครั้ง เรื่องราวของนักกีฬาและทีมที่ไม่เหมือนเดิม เช่น ครั้งนี้อาจจะเป็นนัดสุดท้ายของนักกีฬา หรือเป็นเกมที่ตัดสินแชมป์ บางครั้งนักกีฬาอาจจะต้องลงแข่งในวันที่เพิ่งสูญเสียคนรัก ความละเอียดเหล่านี้ทำให้การถ่ายภาพบาสเกตบอลมีความหมายและมีรสชาติที่แตกต่างกันในทุกๆ วัน

“ความสุขของเราคือการได้บันทึกช่วงเวลาหนึ่งที่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันจะหายไปตลอดกาล”
ช่วยพาเราไปรู้จักกับภาพแรกที่ได้ถ่ายหน่อย
ภาพแรกที่ถ่ายในกีฬาบาสเกตบอลนั้นไม่ค่อยดีนัก เพราะมันเบลอจนแทบไม่เห็นอะไร มันเบลอเป็นเส้นคลื่นเหมือนจับภาพไม่ทันและยังไม่รู้เทคนิคการถ่ายภาพเลย ทุกภาพที่ถ่ายออกมาก็ใช้ไม่ได้เลย แต่มันคือจุดเริ่มต้นที่ทุกคนต้องผ่านไป เมื่อเราจะเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง เราต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ถ้าวันนี้เราคิดว่าเรารู้แล้วทั้งหมด เราก็คงไม่สามารถเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมได้อีกค่ะ
แล้วนึกถึงภาพสุดท้ายที่ตัวเองจะถ่ายไว้ไหม
เคยคิดถึง (หัวเราะ) ตอนหนึ่งเคยนั่งคิดถึงภาพที่เพื่อนหรือพยาบาลจะเข็นเรามาที่สนามบาส แล้วเราก็ถ่ายเกมนั้นจนจบและตายคากล้องไปเลย เพราะเรารักในกีฬานี้มาก และมีความสุขทุกครั้งที่เห็นภาพผ่านเลนส์ กลับไปที่จุดเริ่มต้น เราชอบการถ่ายภาพมาตลอดตั้งแต่ตอนใช้มือถือที่ความจุน้อยๆ ถ่ายเก็บช่วงเวลาของเพื่อนในมัธยมปลาย การถ่ายภาพก็เหมือนการบันทึกช่วงเวลาหนึ่งที่มันจะหายไปตลอดกาล แต่มันยังคงอยู่กับเรา ภาพที่เราเก็บไว้สามารถบันทึกอารมณ์และความรู้สึกของผู้คนได้ นั่นเป็นเหตุผลที่เราคิดว่าภาพสุดท้ายที่เราถ่ายก็คงเป็นภาพการแข่งขันบาสเกตบอล แต่ในวันที่เราอาจจะไม่สามารถยืนถือกล้องได้แล้ว และภาพอาจกลับไปเป็นภาพเบลอเหมือนตอนเริ่มต้นถ่ายครั้งแรกก็ได้ค่ะ

มีภาพไหนในปีที่ผ่านมาที่ถ่ายแล้วรู้สึกชอบเป็นพิเศษ
วันนั้นกุ๊กยังจำได้ดีว่าเป็นวันวาเลนไทน์ พอดีมีการแข่งขันในประเทศไทย แต่ผู้ตัดสินเป็นชาวต่างชาติ เขาสวมแหวนและก่อนที่จะเป่าเริ่มเกม เขายกแหวนขึ้นมาจูบ แล้วแหงนมองไปข้างบนเพื่อส่งผ่านความรู้สึกถึงความรักที่มีต่อภรรยาของเขา ซึ่งไม่สามารถอยู่เคียงข้างกันในวันสำคัญนี้ได้ เราถ่ายภาพในขณะนั้นที่เขาจูบแหวนและแหงนมองฟ้า แล้วเผยแพร่ภาพนั้นต่อมา ทั้งตัวกรรมการและภรรยาของเขาต่างส่งข้อความมาขอบคุณที่เราได้บันทึกเรื่องราวเหล่านี้ ทำให้เห็นว่างานของเราไม่ใช่แค่การถ่ายภาพ แต่มันมีคุณค่า และงานของทุกคนในโลกนี้ หากมองด้วยมุมมองที่ดี ก็ล้วนมีคุณค่าทั้งนั้น
มีภาพไหนที่คุณเสียดายถ่ายไม่ทันไหม
ในสนามแข่งขันกีฬา ‘ช่วงเวลาสำคัญ’ มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดไม่ถึง เช่นตอนที่ทีมพลิกกลับมาชนะในช่วงท้ายแล้วดีใจกัน หรือจังหวะที่นักกีฬาทรุดลงไปเสียใจ สำหรับเราถือเป็นข้อผิดพลาดในการทำงาน แต่เราก็ไม่ได้เสียใจกับมันนาน เพราะในฐานะช่างภาพเราต้องมีเวลาให้ตัวเองในการหาจังหวะสำคัญต่อไป มันสอนให้เราเห็นว่าในการทำงานทุกคนย่อมมีโอกาสผิดพลาด แต่การเรียนรู้จากความผิดพลาดและก้าวต่อไปนั้นสำคัญกว่าเสมอ ดังนั้น เรามั่นใจว่าจะมีโอกาสอีกครั้งเสมอสำหรับคนที่เตรียมตัวให้พร้อม

“ถ้าเราชอบอะไรอย่างจริงจัง เราจะไม่สงสัยว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะเก่ง ต้องทำแบบไหนถึงจะสามารถทำให้ตัวเองมีรายได้กับมัน แต่เราจะเริ่มศึกษาและพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ โดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ”
นักกีฬาในสนามแข่งกันเพื่อชัยชนะและคว้าถ้วยรางวัล แล้วรางวัลของช่างภาพข้างสนามคืออะไร
สำหรับนักกีฬา รางวัลที่เขาได้รับคือชัยชนะที่จะนำพาไปสู่เป้าหมาย แต่สำหรับกุ๊ก รางวัลที่ได้คือช่วงเวลาสั้นๆ ที่ทำให้เรามีกำลังใจในการทำงานต่อไป รางวัลของกุ๊กคือการที่เราสามารถจับภาพนักกีฬาในท่าทางต่างๆ ได้ และตัวนักกีฬาก็เลือกนำภาพของเราไปใช้ในการบอกเล่าเรื่องราวกับครอบครัว หรือใช้ภาพในการขอบคุณแฟนคลับ ภาพที่เราได้ถ่ายไปแทนความรู้สึกบางอย่างในชีวิตของเขา นั่นคือรางวัลที่สำคัญสำหรับเรา

เส้นทางการเป็นช่างภาพอาชีพของคุณดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใช่ไหม?
ไม่มีใครที่ไม่ต้องสูญเสียอะไรเลยเพื่อให้ได้สิ่งที่เรามีในปัจจุบัน แต่ถ้าเรารักสิ่งไหนจริงจัง เราจะไม่สงสัยว่าต้องทำยังไงถึงจะเก่งหรือทำแบบไหนถึงจะมีรายได้จากมัน เราจะเริ่มศึกษาและพัฒนาตัวเองโดยไม่มีข้อสงสัย แต่ต้องแน่ใจว่าเราจะต้องแลกอะไรบางอย่าง เช่น การทำงานหนักจนไม่มีเวลาสำหรับคนรัก หรือการเลิกลากันเพราะไม่เข้าใจถึงสภาพแวดล้อมในการทำงาน แต่สำหรับตัวเรา สิ่งที่เราสูญเสียไปคือเวลา ซึ่งทุกวันเราต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในสนามบาสเกตบอล โดยเฉพาะเวลาการแข่งขันที่มักจัดในวันเสาร์-อาทิตย์ ทำให้เรามีเวลาน้อยกับครอบครัว เคยถามตัวเองหลายครั้งว่าอาชีพนี้จะพาเราก้าวไปข้างหน้าได้ไหม แต่เมื่อสงสัย เราก็จะถามตัวเองว่าเราชอบมันมากพอที่จะยอมเสียสละบางอย่างเพื่อมันหรือไม่? ประสบการณ์ของเราคือ เคยไม่ทานข้าวกับเพื่อน หรือไม่ได้ทานสิ่งที่อยากทานบางมื้อ เพื่อเก็บเงินซื้อกล้อง หรือไม่ไปเที่ยวเพราะอยากรีบกลับมาศึกษาวิธีการใช้กล้องให้ดีขึ้น เราทราบดีว่าไม่ใช่แค่มีกล้องแล้วถ่ายได้ แต่ต้องเสียบางอย่างเพื่อให้การใช้กล้องมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ เราก็เคยเป็นนักเรียนดีเด่นและเคยเป็นนักแสดงที่มีผลงาน แต่การเลือกเป็นช่างภาพกีฬาโดยเฉพาะบาสเกตบอลก็เป็นการเสียสละที่เราต้องแลกมันเพื่อเดินทางบนเส้นทางนี้ การเป็นตากล้องหมายถึงการศึกษามนุษย์ เมื่อเข้าใจอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับคน เราก็จะรู้วิธีรับมือและจัดการได้ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำการบ้านก่อนถ่ายงานทุกครั้ง และบางครั้ง การได้ภาพถ่ายที่สำคัญในช่วงเวลาวินาทีเดียวก็ไม่ได้เกิดจากโชค แต่เป็นการทำงานหนักของเรา
การเป็นช่างภาพผู้หญิงในสนามกีฬามีอุปสรรคหรือความกดดันอะไรบ้าง?
การเป็นช่างภาพผู้หญิงในวงการที่ส่วนใหญ่เป็นช่างภาพชาย หากเรามองว่าเราทุกคนเป็นมนุษย์คนหนึ่งในการทำงาน เราจะพบว่าไม่มีปัญหาใดๆ เลย แต่สำหรับตัวเรา อุปสรรคที่พบอยู่บ่อยครั้งคือเรื่องการติดต่อประสานงานกับต่างประเทศ เมื่อฝ่ายจัดงานเห็นเราก็มักจะสงสัยว่าเราเป็นช่างภาพจริงๆ หรือเปล่า พวกเขาจะขอดูเอกสารประจำตัวและเอกสารยืนยันการทำงานจากต้นสังกัด ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเขา แต่หน้าที่ของเราคือการทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด
จริงหรือไม่ที่ความเท่าเทียมทางเพศควรเริ่มต้นจากครอบครัว?
ในมุมมองของเรา การที่สังคมแบ่งเด็กชายเป็นสีฟ้าและเด็กหญิงเป็นสีชมพู หรือให้เด็กชายเล่นบอลและเด็กหญิงทำงานบ้านเป็นทัศนคติที่เก่ามากแล้ว ปัจจุบันเราส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมทางเพศและความหลากหลายทางเพศมากขึ้น การเลี้ยงดูจากครอบครัวจึงมีผลต่อความคิดของเด็ก หากเด็กผู้ชายอยากเป็นนักวิ่งแต่ถูกสอนว่าไม่ควรแพ้เด็กผู้หญิงเพราะจะถูกล้อเลียนว่าไม่แมน เราก็จะทำให้เขาไม่กล้าลงแข่งขัน แต่ถ้าเราบอกเด็กผู้ชายว่าเด็กผู้หญิงฝึกซ้อมมากกว่าและดูแลร่างกายดีขึ้น เขาจะรู้ว่าต้องฝึกให้มากขึ้นเพื่อไปสู่เป้าหมายอย่างเต็มที่ การมองทุกเพศเท่าเทียมกันจะทำให้เด็กไม่ต้องรู้สึกอายและสามารถทำในสิ่งที่ตนเองรักได้ การเลี้ยงดูที่ส่งเสริมความเท่าเทียมจะช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะและเดินไปสู่ความสำเร็จได้เร็วขึ้น

“ความมหัศจรรย์ในการทำงานที่เรารักคือ เราจะไม่รู้เลยว่าความสำเร็จจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่เมื่อมันมาถึง คุณจะไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร เพราะในทุกวัน เรากำลังให้ความสำคัญกับการทำสิ่งนั้นอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว”
การที่บาสเกตบอลสอนคุณในฐานะช่างภาพคืออะไร?
ทุกกีฬาสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เราได้ และในฐานะช่างภาพ เราจะเห็นว่านักกีฬาหลายคนไม่ได้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ แต่ต้องฝึกฝนทุกวันเป็นเวลาหลายชั่วโมง ต้องกินอาหารที่โภชนาการกำหนดเพื่อดูแลร่างกาย บางกีฬาตัดสินกันด้วยวินาที การที่คุณจะชนะในวินาทีนั้นอาจจะมาจากการฝึกซ้อมมาเป็นหมื่นชั่วโมง หรือแม้แต่การยิงลูกสามแต้มในวินาทีสุดท้ายของการแข่งขันบาสเกตบอล มันคือผลจากการฝึกฝนอย่างหนัก สิ่งเหล่านี้สอนให้เราเข้าใจถึงความสำคัญของระเบียบวินัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีโอกาสได้รับวินาทีสำคัญในชีวิต และบางครั้งมันอาจเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ นี่คือสิ่งที่เราเรียนรู้จากกีฬา

วันนี้คุณถือว่าประสบความสำเร็จในฐานะช่างภาพบาสเกตบอลแล้วหรือยัง?
สำหรับเรา ความสำเร็จคือสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวัน มันช่วยให้เรามีแรงผลักดันในการทำสิ่งต่างๆ และยังคงเดินหน้าต่อไปในแต่ละวัน เราเชื่อว่าแต่ละคนมีเป้าหมายในชีวิตอยู่แล้ว แต่สำหรับกุ๊ก เป้าหมายสูงสุดของเราคือการที่ได้ทำสิ่งที่รักในทุกๆ วัน คือการได้ถ่ายภาพที่เราต้องการ สิ่งเหล่านี้คือความสำเร็จในแบบของเรา ความมหัศจรรย์ของการทำสิ่งที่รักคือ เราไม่รู้เลยว่าความสำเร็จจะมาถึงเมื่อไหร่ และเมื่อมันมาถึง คุณอาจจะไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย เพราะในทุกวันเรากำลังให้ความสำคัญกับการทำสิ่งนั้นๆ อย่างเต็มที่ สำหรับกุ๊กที่ได้เป็นตากล้องหลักของการแข่งขันอาเซียนบาสเกตบอล ลีกมา 2 ปี รวมถึงการได้เป็นช่างภาพหลักของทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ เช่นการแข่งขันบาสเกตบอลโลกรอบคัดเลือกในปี 2561 ที่เป็นช่างภาพคนเดียวที่ได้ลงสนาม มันคือความภาคภูมิใจจริงๆ
ให้คำพูดหนึ่งประโยคที่บ่งบอกถึงตัวคุณทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
“การรักษาความลุ่มหลง (passion) ให้ยั่งยืนไปตลอด” สิ่งนี้อาจดูเป็นคำพูดธรรมดาที่หลายคนเคยได้ยิน แต่เราคิดว่ามันคือความจริง คุณต้องค้นหาตัวเองให้เจอ และลงมือทำกับสิ่งที่คุณรักอย่างจริงจังและต่อเนื่องทุกวัน รางวัลจะตามมาในวันที่คุณไม่ได้ตั้งความหวังไว้ล่วงหน้าเลย ถ้าคุณรักสิ่งใดจริงๆ ก็ทำมันไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จในทุกวัน บางวันอาจจะไม่ได้ผลตามที่ตั้งใจ การที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้เรารู้จักกับความสำเร็จเร็วขึ้น อย่าลืมว่า ทุกคนมีโอกาสล้มและประสบความสำเร็จได้ในทุกๆ วัน ขอให้มองว่ามันคือการเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเอง
