
การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย แต่ยังส่งผลดีต่อการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง แต่บางครั้งอาหารบางชนิดถึงแม้จะมีประโยชน์ก็อาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลได้หากทานก่อนออกกำลังกาย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภทก่อนการออกกำลังกาย ซึ่งมีดังนี้
ผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้ง ฯลฯ ผักเหล่านี้อุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่ช่วยในการขับถ่าย และยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อร่างกาย แต่หากรับประทานผักใบเขียวก่อนการออกกำลังกายอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดหรือท้องไส้ปั่นป่วน เนื่องจากผักเหล่านี้สามารถทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารและทำให้การออกกำลังกายไม่เต็มที่
อะโวคาโด เป็นแหล่งของไขมันดี โปรตีน และไฟเบอร์สูง การทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไปอาจทำให้พลังงานในร่างกายลดลง เพราะร่างกายจะต้องใช้พลังงานในการเผาผลาญไขมันเหล่านั้น ดังนั้นการทานอะโวคาโดควรทำหลังการออกกำลังกายจะดีกว่า
อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น เกลือ อาจทำให้การสมดุลของของเหลวในร่างกายผิดปกติ โดยเฉพาะในขณะที่เรากำลังออกกำลังกาย หากรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้
น้ำตาล การทานน้ำตาลอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลีย วิงเวียน และพลังงานหมดไปอย่างรวดเร็ว • ผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ต อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย และรู้สึกจุกเสียดในท้อง
อาหารทอด เป็นอาหารที่ย่อยยาก ต้องใช้พลังงานมากในการย่อย ทำให้ไม่มีแรงสำหรับการออกกำลังกาย และอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องหรือตะคริวที่ท้องได้
อาหารรสเผ็ด ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้ นอกจากนี้ยังทำให้รู้สึกแสบร้อนที่อกระหว่างการออกกำลังกาย ส่งผลให้ไม่สามารถออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่
เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน เช่น เครื่องดื่มเกลือแร่ไม่ควรดื่มก่อนการออกกำลังกาย เพราะอาจมีน้ำตาลและสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งสามารถทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะและทำให้ท้องอืดได้
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ส่งผลให้รู้สึกอ่อนล้า ควรหลีกเลี่ยงหรือดื่มให้น้อยในวันก่อนออกกำลังกาย
