
GQ / เรื่องราวการสร้างฐานะของฉัน
เรื่อง: บุญโชค พานิชศิลป์
ภาพ: มนัญญา ไชยนันทน์
เขามีรถคันแรกตอนอายุ 11 ปี เป็น Lotus Elan ซึ่งได้มาจากพ่อของเขา เสรี ชินบารมี ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ของนิชคาร์กรุ๊ป บริษัทนำเข้ารถหรูระดับต้นๆ ของไทย ปัจจุบันเขาอายุ 35 ปี ในฐานะทายาทคนโต เขาทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ และคงไม่ต้องบอกว่าเขาได้สัมผัสกับรถยนต์สุดหรูรุ่นไหนบ้าง
‘แชมป์’ วิทวัส ชินบารมี เริ่มต้นจากการเรียนที่สิงคโปร์ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ก่อนจะไปศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย และจบปริญญาตรีในคณะบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หลังจากนั้นเขาก็กลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัว เขามีบุคลิกของผู้บริหารที่มีความเข้มงวดแต่ก็เต็มไปด้วยความเข้าใจทั้งในเรื่องงานและการทำงานร่วมกับผู้อื่น ด้วยการที่เติบโตมากับธุรกิจนำเข้ารถหรู เขาจึงมีซูเปอร์คาร์ใช้ในชีวิตประจำวัน “ผมใช้ทุกวัน สลับคันไปเรื่อยๆ” แชมป์กล่าว โดยรถที่เขาใช้มีทั้งหมด 4 คัน
- รู้หรือไม่ว่าซูเปอร์คาร์ในยุคแรกๆ ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนทุกวันนี้ แอร์ไม่เย็น ความร้อนขึ้นง่าย เกียร์และพวงมาลัยหนักมาก เมื่อออกจากรถแผ่นหลังจะเปียก (หัวเราะ) มันไม่ค่อยเหมาะกับสภาพอากาศในเมืองไทย ตอนที่เริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ กลุ่มลูกค้าในตลาดของเราจึงค่อนข้างจำกัด
- เมื่อครอบครัวเริ่มทำธุรกิจนี้ Audi เพิ่งซื้อ Lamborghini และออกโปรดักต์ใหม่ๆ โดยปกติแล้วลัมบอร์กินีเริ่มต้นราคาประมาณ 13-14 ล้าน (V12) แต่พอรุ่นใหม่ถูกออกมาในราคาที่ต่ำลง (V10) เราก็สามารถยกรถให้พ้นเนินได้ง่ายขึ้น แอร์ก็เย็นขึ้น แน่นอนว่ามันไม่ทำให้ใครลำบาก หลังจากนั้นตลาดซูเปอร์คาร์ก็เริ่มขยายตัวมากขึ้น
- การได้รับลิขสิทธิ์จากแบรนด์ระดับนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความอดทนและความสามารถพอสมควร ตอนนั้นคุณพ่อของเขาเป็นดีลเลอร์มาตั้งแต่ปี 2534 แต่เมื่อ Audi เข้ามาซื้อกิจการทั้งหมดก็มีการรีวิวใหม่ทั้งหมด ถึงแม้จะมีหลายคนจากประเทศไทยที่อยากขอเอาจากเราก็ตาม แต่ด้วยศักยภาพที่เรามี และความเชื่อมั่นที่เขามีในตัวเรา ก็ทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี
- แค่มีเงินอย่างเดียวไม่ได้ครับ แม้จะมีเงิน แต่ถ้าคุณขายขนมแล้วมาขายรถ เขาก็ไม่ให้ครับ เขาตรวจสอบละเอียดมาก ต้องมีประวัติที่ดี สภาพการเงินที่มั่นคง และภาพลักษณ์ที่ดี เขาจะเช็คทุกอย่างก่อนที่จะอนุมัติ เพื่อให้มั่นใจว่าเราคือผู้แทนที่ดีของแบรนด์ ถ้าเราไม่ดีมันก็จะกระทบต่อภาพลักษณ์ของเขาด้วย
- สมัยนั้นคุณพ่อของผมค่อนข้างกล้าหาญมาก สั่งรถมาครั้งละกว่า 10 คัน จนโรงงานตกใจว่าทำไมถึงกล้าทำแบบนี้ เราเริ่มเป็นดีลเลอร์ลัมบอร์กินีตั้งแต่ปี 2535 และเป็นคนไทยเจ้าแรกที่นำเข้ามาจำหน่ายจนถึงปัจจุบัน
- ผมเติบโตมากับรถมาตลอดครับ สมัยก่อนคุณพ่อทำธุรกิจรถมือสอง ผมตามคุณพ่อไปทุกที่ ฟังเรื่องธุรกิจอยู่ตลอด แต่ก็จะมีช่วงหนึ่งที่เราไม่ได้ใกล้ชิดกัน เพราะคุณพ่อจะกลับเมืองไทยแค่ 2-3 เดือนต่อปี
- ตอนเด็กๆ เวลาผมไปห้างมักจะได้รถเล็กๆ กลับมาบ้านทุกครั้ง ผมขอคันไหนก็ได้ จากนั้นก็หายไปสนใจอย่างอื่น แต่ช่วง 8-9 ขวบ ผมเริ่มกลับมาชอบรถอีกครั้งเพราะคุณพ่อมีรถขนาดไม่ใหญ่มาก ซึ่งถ้าเป็นตอนนี้ก็คงจะใช้ระบบไฟฟ้า แต่ตอนนั้นยังใช้เครื่องยนต์ เกียร์ และคลัตช์ ผมได้เรียนรู้การขับรถจากการช่วยเข้าเกียร์ให้คุณพ่อบ้าง หรือขอนั่งหน้าพวงมาลัยบ้าง จึงเริ่มรักรถมาตั้งแต่ตอนนั้น
- รถคันแรกที่ผมได้มาไม่เป็นทางการตอนอายุ 11 ปี คือ Lotus Elan ซึ่งได้จากคุณพ่อ ตอนนั้นผมยังเป็นเด็ก ซนเอารถไปใส่เครื่องเสียงแล้วทิ้งบิลให้คุณแม่ตามเก็บเงิน จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นรถเบนซ์สองประตู บ้างก็เป็น SL และพอเริ่มโตจริงๆ ก็ได้สัมผัสกับซูเปอร์คาร์
- ซูเปอร์คาร์เหมือนกับดารา ทุกคนอยากเป็นดารา แต่ทุกธุรกิจก็มีทั้งด้านมืดและสว่าง มันคงไม่มีอะไรที่ง่ายขนาดนั้น ผมเชื่อว่าคนในวงการอยากออก คนข้างนอกอยากเข้า ยกเว้นคนที่ทำเพราะความชอบจริงๆ โดยไม่หวังผลกำไร นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง
- ผมเชื่อว่าดาราที่ประสบความสำเร็จจากความสามารถของตัวเองคือดีลเลอร์ทุกรายในประเทศไทย ผมไม่คิดว่ามีธุรกิจที่มาจากสีเทามากมาย เพราะมันเหมือนกับการเป็นดารา มีหลายวิธีที่สามารถขึ้นมาถึงจุดนั้นได้ ไม่ว่าจะด้วยความสามารถหรือวิธีที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก
- คนไทยมักจะชินกับการทำอะไรที่ง่ายๆ แต่การนำเข้ารถนั้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด ด้วยวัฒนธรรมและลักษณะนิสัยของคนไทยที่มักจะยิ้มให้ทุกเรื่องก่อน ในขณะที่ในประเทศอื่นจะทำการตรวจสอบทุกขั้นตอนก่อนว่าจะทำสิ่งนั้นได้หรือไม่ แต่คนไทยจะเอาง่ายไว้ก่อนเสมอ
- ทุกวันนี้ธุรกิจมันเปลี่ยนไปแล้ว ธุรกิจที่ทำผิดกฎหมายน้อยลงมาก เพราะรัฐบาลใหม่มา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี และประเทศในภูมิภาคเออีซีกำลังเร่งพัฒนา ทุกประเทศเริ่มมีการพูดคุยกันอย่างเปิดเผย เห็นได้ชัดจากการประชุมดีลเลอร์ทั่วโลก เราสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของหลายๆ ประเทศ ซึ่งทุกคนเดินไปพร้อมๆ กัน มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไปแล้ว ทุกวันนี้มีการตั้งมาตรฐานที่ชัดเจนขึ้นมา
- คุณพ่อของผมสอนเสมอว่า ถ้าคุณหาได้และใช้เป็น มันไม่มีวันหมด บางคนอาจสงสัยว่าทำไมผมถึงขับซูเปอร์คาร์ตอนยังเด็ก แต่คุณพ่อเลี้ยงผมต่างจากคนสมัยก่อน พ่อค่อนข้างเปิดกว้างและให้โอกาส ผมโชคดีที่มีพ่อแบบนี้ เพราะมีเด็กหลายคนที่อยากได้รถ
- บางครั้งการให้รางวัลก่อนก็อาจเป็นสิ่งที่ดี ถ้าเด็กคนนั้นมีพื้นฐานที่ดี เขาจะรู้วิธีคิดและตัดสินใจเอง ผมเพิ่งขายรถให้ลูกค้าไป พ่อของเขาซื้อ McLaren คันแรกให้ ซึ่งเป็นรถของคนที่ไม่ค่อยทำงาน แต่ทุกวันนี้เขากลับเข้าออฟฟิศและทำงานทุกวัน ผมอยากบอกว่า บางครั้งเราไม่ได้ให้เพื่อหวังผล แต่ถ้าคุณให้ก่อน เขาจะยิ่งซาบซึ้ง และคุณพ่อก็สอนผมแบบนี้มาตลอด
- การทำธุรกิจถ้าเราคิดไม่ไกล มันก็จะไม่ยั่งยืน ผมเป็นคนตรงไปตรงมากับลูกค้า ธุรกิจนี้คุณพ่อสร้างมาก่อน ผมเข้ามาก็ได้ทำการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง แต่หลักๆ คือยังคงใช้สิ่งที่ดีที่คุณพ่อสร้างมา เราทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะกันเรื่องธุรกิจ ผมกับคุณพ่อสนิทกันมากตั้งแต่เด็ก และไม่ว่าผมจะไปทำอะไรในอนาคต ผมก็จะเก็บธุรกิจนี้ไว้ให้ดีที่สุด
- ผมไม่ใช่คนที่ต้องการเจ็ตส่วนตัวหรือเฮลิคอปเตอร์ บางคนอาจจะมองว่าผมไม่พอใจในสิ่งที่มี แต่ผมพอใจในสิ่งที่ชีวิตมี เพราะชีวิตผมสำคัญแค่ 6 อย่าง หนึ่ง - มีเวลาให้ตัวเอง สอง - มีงานทำ สาม - มีเงินพอใช้ สี่ - มีของเล่นที่ตัวเองอยากได้ ห้า - มีครอบครัวที่มีความสุข และหก - มีเพื่อนรักๆ แค่นี้ก็ทำให้ชีวิตมีความสุขแล้ว
- สำหรับผม รถไม่ใช่แค่ของเล่น แต่เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผมแต่ละคัน รถแต่ละคันมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ขับรถต้องเข้าใจและเรียนรู้ให้ดี เพราะรถแต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน อาการของรถเมื่อขับเร็ว หรือเมื่อเริ่มหลุดตัวก็ไม่เหมือนกัน และวิธีการแก้ไขก็แตกต่างกัน มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมยังมีเรื่องให้เรียนรู้เกี่ยวกับรถอีกมากมาย
- ความเสี่ยงหลักของธุรกิจนำเข้ารถคงหนีไม่พ้นเรื่องรถค้างสต็อก ถ้าคุณเพิ่งเริ่มทำ คุณอาจจะช้ากว่าและไม่รู้ว่าอายุของรถที่สั่งมาคืออะไร การสั่งรถใหม่ที่ออกมาพร้อมกับรถเก่าที่กำลังเดินทางก็จะทำให้เกิดปัญหาได้ แต่ดีลเลอร์ที่มีประสบการณ์จะรู้ว่าเมื่อไหร่รถจะถึง และต้องคาดการณ์โควต้าของรถล่วงหน้าในแต่ละปี ซึ่งในประเทศไทยสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ไม่สามารถคาดเดาได้
- ผมเคยลองไปสมัครงานที่ห้าง เพื่อดูว่าการทำงานในตำแหน่งพนักงานนั้นรู้สึกยังไง บางคนอาจจะมองว่าเราต้องออกไปหาประสบการณ์หรือสูญเสียเงินก่อน แต่คุณพ่อของผมให้คำแนะนำว่าไม่ต้องไปทำอย่างนั้น อยู่กับเขาเถอะ จะไปเสียเวลาให้กับสิ่งอื่นทำไม เขาคืออาจารย์ที่ใส่ใจที่สุดในโลก เขาสอนโดยไม่มีเจตนาร้าย และผมก็ได้เรียนรู้จากเขามากมาย
- คุณพ่อสอนเสมอว่า ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาและมีลมหายใจ ก็ต้องมีความสุขแล้ว
อาณาจักรรถหรูของนิชคาร์ กรุ๊ป
บริษัทนำเข้ารถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์ สปอร์ตคาร์ และไฮเปอร์คาร์ที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจมาเกิน 30 ปี ก่อตั้งโดยคุณเสรี รักษ์วิทย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริษัทในปัจจุบัน โดยเริ่มต้นธุรกิจภายใต้ชื่อเดิมว่า เบนซ์นครินทร์ ออโต้ กรุ๊ป ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น นิชคาร์ ในปี 2546 ปัจจุบัน นิชคาร์ได้รวบรวมสุดยอดรถยนต์หรูจากทั่วโลก อาทิ ลัมบอร์กินี (Lamborghini) แมคลาเรน (McLaren) โลตัส (Lotus) ปากานี (Pagani) โคนิกเซ็กก์ (Koenigsegg) และฮัมเมอร์ (Hummer) รวมถึงมีโชว์รูมลัมบอร์กินีและโลตัสในสยามพารากอน และโชว์รูมแมคลาเรนพร้อมสำนักงานใหญ่บนถนนมอเตอร์เวย์ กม.1 นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายเรือยอชต์หรูอีกด้วย
