
เมื่อพูดถึงเครื่องดื่มที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่ยาวนาน ชื่อของ ‘เบียร์’ คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และหากเจาะลึกลงไปจะเห็นได้ว่ามันมีความหลากหลายทั้งในเรื่องของรสชาติ วิธีการผลิต และต้นกำเนิด โดยหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจคือ ‘Craft Beer’ หรือเบียร์ทำเองของไทย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และเราได้มีโอกาสพูดคุยกับ พิพัฒนพล พุ่มโพธิ์ หรือ เปี๊ยก Crafter เจ้าของแบรนด์ ‘Golden Coin’ และ ‘Let the Boy Die’ ที่มาร่วมเสวนาเรื่องราวที่น่าสนใจ พร้อมกับกลิ่นหอมของน้ำหมักที่ช่วยให้การพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าสนใจยิ่งขึ้น
เริ่มต้นจากการทำงานในสายออกแบบในฐานะสถาปนิก
พอมาถึงปี 2013 เมื่อคุณแม่เริ่มมีอายุมากขึ้น และพื้นที่ร้านเดิมเคยเป็นร้านอาหาร เราก็เริ่มคิดหาทางที่จะทำสิ่งใหม่ และเริ่มค้นหาข้อมูลที่ตอบโจทย์นี้ แม้ว่าตัวเองจะไม่ค่อยชอบทำธุรกิจ แต่เมื่อมองถึงสิ่งที่คนต้องการใช้ เราก็พบว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบ Homebrew ที่ได้เห็นในหนังสือ Kinfolk น่าสนใจ จึงตัดสินใจที่จะลองทำเบียร์ดู
เริ่มทำเบียร์ครั้งแรกในแบบง่ายๆ
โดยเริ่มจากการซื้อยีสต์แบบ Extract มาต้ม ใส่ Hops เข้าไป และชวนเพื่อนๆ มาลองดื่ม พอเห็นว่ามันเริ่มมีรสชาติที่ดี จึงนำมาขายที่ร้านอาหารในปริมาณไม่มาก ต่อมาจึงเริ่มส่งขายตามร้านต่างๆ และได้พบกับพี่ชิต Chitbeer ที่เกาะเกร็ด จึงเริ่มรวมกลุ่มออกงาน ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น ออเดอร์เพิ่มขึ้น และเมื่อสองปีก่อนเห็นว่ารายได้จากการขายเบียร์เริ่มมีความมั่นคง จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำและมาทำเบียร์เต็มเวลา
เหตุผลในการเปิดร้าน Let the Boy Die
เกิดจากการที่เราทำเบียร์มากขึ้นและมีเพื่อนๆ ในวงการมากขึ้น จึงคิดว่าอยากมีร้านของตัวเอง แต่เมื่อคิดถึงแบรนด์ Golden Coin คิดว่าอาจจะยังไม่แข็งแรงพอ และเน้นที่การนำเสนอและการสื่อสารถึงตัวตนของเบียร์ Golden Coin ในแบบที่คนเห็นแล้วสามารถสัมผัสได้ และต้องการสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้า จึงออกแบบร้านให้มีสไตล์ที่สามารถตอบโจทย์นี้ได้
เกี่ยวกับกฎหมายและข้อจำกัดในการทำเบียร์
ตั้งแต่เริ่มต้นทำเบียร์เราก็รู้ว่ามันผิดกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งถ้าจะทำธุรกิจจริงๆ ต้องผลิตไม่น้อยกว่า 10 ล้านลิตรต่อปี หรือถ้าเป็น Micro Brewery ต้องผลิต 100,000 ลิตรต่อปี แต่เราคิดง่ายๆ ว่าทำเบียร์ที่อร่อยได้แล้ว ทำไมจะขายไม่ได้ จึงตัดสินใจทำ ทั้งนี้ในปัจจุบันได้ตั้งโรงงานที่เวียดนามและนำเข้ามาขายแบบ Import โดยเชื่อว่าเบียร์ที่ดีขายได้ไม่ว่าผลิตจากที่ไหนก็ตาม
ไม่มีทางรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่ถ้าสุดท้ายมันไปไม่รอด ก็ไม่เป็นไร เพราะโอกาสไม่เคยประกาศหรือตั้งรับ เราต้องไปหามันด้วยตัวเอง ถ้ามันมาถึงแล้วไม่คว้ามาก็อาจเสียดาย แต่ปัญหาต่างๆ ยังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่เราเจอเรื่องปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นอุตสาหกรรม Craft Beer ยังมีโอกาสเติบโตได้มาก เพราะยังเป็นตลาดที่มีผู้เล่นน้อยมากเมื่อเทียบกับเบียร์กระแสหลัก
ทิศทางของอุตสาหกรรม Craft Beer ในอนาคต
เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไปการแข่งขันจะเข้มข้นขึ้น เพราะขณะนี้ Craft Beer ยังอยู่ในวงแคบๆ แต่เมื่อมีการอนุญาตและขยายตลาดมากขึ้น การแข่งขันจะเพิ่มขึ้น ทั้งในเรื่องของการผลิต รสชาติ และการโฆษณา แต่ความสมดุลระหว่างแบรนด์และคุณภาพจะเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะถึงแม้แบรนด์จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดคน แต่รสชาติก็ยังคงเป็นตัวตัดสินสุดท้าย
Craft Beer ไม่ใช่แค่แฟชั่น
แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันเหมือนกับปัจจัยสี่ เพราะถึงวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรมาแทนที่เบียร์ได้ การบริโภคเบียร์ไม่ได้จำกัดแค่คนรุ่นใหม่ แต่มันยังได้รับความนิยมจากทุกเพศทุกวัย เช่นเดียวกับที่ร้านของเรา มีทั้งคนรุ่นใหม่และผู้สูงอายุเข้ามาดื่ม จึงเชื่อว่าเบียร์ดีๆ จะไม่หายไปจากวงการในเร็วๆ นี้
หลังเลิกงาน
“ผมเล่นดนตรีกับกลุ่มเพื่อนๆ ครับ โดยเน้นที่การเล่นเปียโน ซึ่งก็เป็นเครื่องดนตรีที่ผมฝึกมาตั้งแต่สมัยที่ร้านของคุณแม่ เรายังคงฝึกฝนกันอย่างต่อเนื่องครับ”
ประวัติส่วนตัวของเขา
การศึกษา : ปริญญาตรี สาขามัณฑณศิลป์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร
ตำแหน่งงาน : ผู้ก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์ Craft Beer ‘Golden Coin’ รวมถึงเจ้าของร้านเบียร์ Let the Boy Die
