เรื่อง: Arinn
ในวัย 31 ปี เขายังดูอ่อนกว่าวัยจริง ทายาทรุ่นที่สองของตระกูล 'กุลหิรัญ' ซึ่งมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศมานานกว่า 47 ปี ภายใต้บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด ที่เป็นผู้ผลิตข้อต่อสายพานรถถัง ซ่อมรถทหาร และผลิตรถเกราะฝีมือคนไทยรุ่นแรกและรุ่นเดียวในประเทศไทย

ในปัจจุบัน เขาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ รับผิดชอบการออกแบบและผลิตรถเกราะภายใต้แบรนด์ชัยเสรี พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของกองทัพได้อย่างครบถ้วน โลกเปลี่ยนแปลงไป ความรู้เรื่องการผลิตรถเกราะและชิ้นส่วนของรถถังที่เคยเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม ตอนนี้กำลังเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจถึงความซับซ้อนและความละเอียดอ่อนของธุรกิจในแวดวงป้องกันประเทศ
GQ: ก่อนอื่น ช่วยเล่าถึงธุรกิจของคุณในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้คนทั่วไปเข้าใจหน่อยครับว่าคุณทำอะไรบ้าง
ชัยเสรีเริ่มต้นจากรุ่นพ่อ (หิรัญ กุลหิรัญ) ด้วยการผลิตข้อต่อสายพาน ลูกหมากรถบรรทุก และซ่อมรถบรรทุก ต่อมาได้รับโอกาสผลิตรถถัง M 113 รุ่น United Defense ให้กับต่างประเทศ เราจึงได้พัฒนาองค์ความรู้ในการผลิตข้อต่อสายพานรถถัง จนสามารถส่งออกไปยัง 38 ประเทศทั่วโลก ต่อมาจึงขยายธุรกิจไปขายอะไหล่ให้กับกองทัพและเปิดโรงงานซ่อมรถทหาร เราทำงานซ่อมตั้งแต่รถจิ๊ปไปจนถึงรถบรรทุกขนาดต่างๆ และยังได้พัฒนาชุดเกราะสำหรับรถฮัมวี่ซึ่งปกติแล้วไม่สามารถกันกระสุนและระเบิดได้ เราได้พัฒนาเกราะสำหรับฮัมวี่ และพบว่าเมื่อมีการเพิ่มน้ำหนักเกราะ ระบบขับเคลื่อนเดิมไม่รองรับน้ำหนักได้ดี เราจึงพัฒนาระบบขับเคลื่อนและเหล็กเกราะที่สามารถรับน้ำหนักได้ดีกว่า จนเกิดเป็นรถเกราะรุ่นของเรา ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาจนกลายเป็นโมเดลปัจจุบัน
GQ: น้อยคนที่จะรู้ว่าประเทศไทยก็มีคนทำธุรกิจด้านนี้เช่นกัน หลายคนอาจคิดว่าเรานำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น คุณคิดอย่างไร และความสามารถในการแข่งขันของเราอยู่ที่ไหนเมื่อเทียบกับบริษัทจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมนี้
ต้องบอกว่าอุตสาหกรรมนี้มีความซับซ้อนสูงและหลากหลายทั้งทางบก น้ำ และอากาศ ข้อมูลต่างๆ มีความยุ่งยากและลึกซึ้ง ในขณะเดียวกันมันก็เป็นอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างแคบ หากทำผิดพลาด ไม่ต้องโฆษณาก็มีคนรู้ทันที สมัยที่ผมเริ่มทำงาน ผมเคยไปดูงานระบบสายไฟของรถยนต์ทหารที่ยุโรป ดูเหมือนดี แต่เกิดความผิดพลาดในงาน IDEX ที่ยูเออี ซึ่งทำระบบสายไฟไม่ดี ผลลัพธ์คืองานถูกยกเลิกทันที บริษัทอื่นๆ จะเป็นคนโฆษณาให้เองหากคุณทำพลาด
GQ: แล้วจุดเด่นของชัยเสรีคืออะไรครับ
ข้อดีของเราคือการเป็นแฟมิลี่บิสเนส ซึ่งเป็นองค์กรขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวสูง ทำให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน อีกทั้งเราเป็นบริษัทในประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับกองทัพบกไทย ส่วนอุปกรณ์หลักๆ ก็มีอยู่ในสายของกองกำลังบำรุง การบริการหลังการขายก็เป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจ เรามีช่างที่สามารถดูแลซ่อมบำรุง และที่สำคัญคือเราจ่ายภาษีให้กับประเทศเราเอง
GQ: ผมทราบมาว่าคุณต้องส่งรถเกราะที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยตัวเอง ทำไมต้องไปด้วยตัวเองครับ แล้วมีเหตุการณ์ที่ทำให้คุณตื่นเต้นหรือไม่
ใช่ครับ ผมไปเพื่อให้กำลังใจทีมงาน เริ่มจากขับรถจากโรงงานที่ปทุมธานีไปนอนที่หาดใหญ่หนึ่งคืน แล้วต่อไปที่สามจังหวัดตอนแรกๆ ไม่มีอะไรน่ากังวล แต่พอไปถึงพื้นที่สีแดงในสามจังหวัด การขับขี่ต้องเพิ่มความเร็วถึง 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพราะเราไม่สามารถขับช้าได้ มันอันตราย และการขับในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีคน จะมีป้ายเขียนว่า 'หยุดฆ่า' เป็นสัญญาณเตือนถึงความตึงเครียดในพื้นที่นั้น
GQ: คุณพ่อคุณแม่ได้สอนอะไรคุณบ้างเมื่อคุณเข้ามารับไม้ต่อจากท่าน
คุณพ่อมักบอกเสมอว่า ‘คนซื่อสัตย์ งานก็ซื่อสัตย์’ เพราะเราเป็นธุรกิจในลักษณะโปรเจ็กต์ต่อโปรเจ็กต์ หากเราทำโปรเจ็กต์นี้ไม่ดี อนาคตจะยากในการหางานใหม่ ต้องทำงานให้ดีและรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ เพราะอุตสาหกรรมนี้แคบ ถ้าผิดพลาด คู่แข่งพร้อมที่จะมาแทนที่เสมอ แน่นอนว่าทุกการทำงานมีความผิดพลาด แต่ต้องรับผิดชอบมัน
GQ: ทุกวันนี้โลกแทบไม่มีสงครามแล้ว คุณคิดว่าเหตุใดแต่ละประเทศยังคงต้องลงทุนในอาวุธยุทโธปกรณ์
อุตสาหกรรมป้องกันประเทศนั้นมีไว้เพื่อป้องกันประเทศและสร้างความน่าเกรงขาม ไม่ใช่เพื่อไปทำสงครามกับใคร ในแง่ดีไม่มีสงคราม แต่ในฐานะประชาชนก็ต้องการรู้สึกมั่นใจว่าเมื่อเกิดวิกฤต กองทัพจะสามารถปกป้องเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ
GQ: แผนงานในอนาคตของคุณคืออะไรบ้าง
เรามุ่งเน้นที่จะพัฒนาการออกแบบและการใช้งานให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านข้อต่อสายพาน เรากำลังขยายการขายให้กับผู้ผลิตรถถัง ส่วนการซ่อมรถในอดีตเราเคยซ่อมแค่รถขนาดเล็ก แต่ปัจจุบันเราสามารถซ่อมรถถังขนาดใหญ่ รวมถึงรถสะเทินน้ำสะเทินบกของนาวิกโยธินได้ อีกทั้งการอัพเกรดรถจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นตามมาตรฐานที่มีอยู่แล้ว ในส่วนของรถเกราะ เรามองว่าเราได้มีแพลตฟอร์มที่ดีแล้ว จึงพยายามเพิ่มขีดความสามารถของรถเกราะให้สูงขึ้นไปอีก
GQ: ถ้าคุณไม่ได้ทำธุรกิจกับครอบครัว คุณเคยคิดไว้ไหมว่าจะทำอะไร
ตอนเรียนจบจากอเมริกาใหม่ๆ (เขาไปเรียนปริญญาโทด้าน Leadership Management และ Marketing Concentration ที่ University of La Verne ประเทศสหรัฐอเมริกา) ผมเคยเห็นธุรกิจที่ให้ผู้คนมานั่งเพ้นต์เครื่องปั้นดินเผาแล้วนำไปอบใช้งานได้จริง ผมคิดว่าธุรกิจแบบนี้สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ตอนกลับมาเมืองไทยก็อยากทำธุรกิจแนวนี้ เคยขอที่บ้านทำแต่ท่านบอกให้ใจเย็นๆ ลองดูดีๆ ก่อน (หัวเราะ) ผมมองว่าธุรกิจแบบนี้ไม่ใช่แค่ขายของ แต่ขายประสบการณ์ที่ไม่สามารถวัดค่าเป็นเงินได้ จุดสำคัญไม่ใช่ศิลปะ แต่คือความสัมพันธ์และการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ซึ่งสามารถเก็บเป็นความทรงจำดีๆ ได้
