ชื่อของตำบลอำเภอลานสกาได้มาจากหลักฐานในตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเล่าถึงการตั้งเมืองและประวัติความเป็นมาที่มีการบันทึกไว้อย่างยาวนาน
จากบันทึกเก่าๆ ระบุว่าเมืองลานสกานั้นมีการก่อตั้งก่อนพุทธศักราช 1098 หรืออาจจะเป็นช่วงหลัง ซึ่งเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับอาณาจักรพรหมในสมัยนั้น
ทั้งสองนครนี้ใช้กลองมโหระทึกเพื่อเป็นสัญญาณสำคัญ โดยใช้ชื่อว่า 'ชวาก' ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงดัง ส่วนพราหมณ์มาลีและพราหมณ์มาลาจากสำนักพระราชวังอโศกได้หลบภัยมาพร้อมกับเรือจำนวน 700 ลำ และได้ร่วมสร้างเมืองคิรีราชและเมืองเวียงสระ
พระธาตุของเมืองนครศรีธรรมราชได้ปล่อยแสงฉัพพรรณรังสีที่สามารถมองเห็นได้ไกลและกระทบถึงการขุดค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกาแก้ว กาเดิม กาชาด และการาม จนทหารล้มตายจำนวนมาก และสองพี่น้องได้สร้างธนูที่ใช้คาถาเพื่อทำการหลอกล่อกาไปยังเขาในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงกลางวันและกลางคืน

การตกของพระอาทิตย์ในทิศทางฉวางนั้น ส่งผลให้ธนูยิงไปยังฝูงกาทั้งสี่จนตาย ซึ่งทำให้พื้นที่นี้มีชื่อเรียกต่างๆ อาทิ ลานต่อกา ลานตะกา และลานสกา โดยเฉพาะในแง่ของการละเล่นที่เป็นการแสดงถึงความเป็นกษัตริย์โบราณ ซึ่งการเล่นสกาได้พัฒนาและมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
คำอธิบายเกี่ยวกับการตั้งชื่อ ‘ลานสกา’ อาจมาจากการเล่นสกา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการละเล่นระดับสูงในสมัยโบราณ ในขณะเดียวกัน ชื่อ ‘ธนูไชยศรศิลป์’ ยังเชื่อมโยงกับสถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และตำนานที่เล่าขานถึงความสำคัญของภูมิภาคนี้

บันทึกเก่าแก่ที่กล่าวถึง “เขาแก้ว” ระบุว่า บนเขามีลูกแก้ววิเศษที่สามารถเปล่งแสงสีส้มและแดงได้ และในเหตุการณ์หนึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2533 ได้มีผู้ฝรั่งพร้อมคณะมารับลูกแก้วนั้นไปโดยมีหมอเวทมนตร์ช่วยเรียกมาในช่วงกลางวันตามลายแทงที่กำหนด
@@@@@@
ความเชื่อในเรื่อง “บุญ” และ “บาป” เกี่ยวข้องกับผลของการกระทำ หากทำดีผลดีจะตามมา หากทำชั่วผลชั่วก็จะได้รับ ความหมายของ “บุญ” อาจสะท้อนถึงความสุขกายสบายใจ จากการกระทำดี ส่งผลให้ชีวิตมีความสุข ขณะที่ “บาป” อาจสะท้อนถึงความทุกข์ทั้งกายและใจ ซึ่งทำให้ชีวิตตกต่ำลง
ความเชื่อและศรัทธามีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลต่อการตั้งเป้าหมายและความหวังในชีวิตในปัจจุบันและอนาคต ทั้งยังส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในสัมปรายภพ ซึ่งศรัทธาคือเครื่องมือสำคัญในการนำทางชีวิต

เห็นได้ชัดว่า ผู้ที่มีศรัทธา ความเชื่อจะมีผลต่อวิถีชีวิตของพวกเขาไม่น้อย แต่ผู้ที่มีปัญญากลับสะท้อนว่า ควรเลือกเชื่อในสิ่งที่มีเหตุผลและเหมาะสมกับสถานการณ์
เชื่อในความจริงและความดีงาม ด้วยความมั่นใจในการกระทำความดีที่เป็นผลดีต่อชีวิต
พุทธทาส อินฺทปญฺโญ ได้แสดงไว้ว่า คำว่า “ศรัทธา” ไม่ใช่การเชื่อโดยไม่ใช้ปัญญา ศรัทธาต้องประกอบด้วยปัญญา เราต้องมีปัญญาก่อนที่จะเชื่อ มิใช่เชื่อก่อนมีปัญญา หากใครกล่าวว่ามีศรัทธาก่อนปัญญา ผมเชื่อว่าเป็นการทำลายพุทธศาสนา

การที่ยกศรัทธาขึ้นก่อนปัญญานั้นไม่ปลอดภัย และไม่ตรงกับคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า อย่าเพิ่งเชื่อใคร แม้แต่พระพุทธเจ้าก็อย่าเชื่อโดยไม่คิด ต้องพิจารณาจนเห็นเหตุผลก่อนถึงจะเชื่อ ศรัทธาควรเกิดขึ้นหลังจากปัญญาหรือมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้
@@@@@@
“บ้านคีรีวง” ได้ชื่อจากวัดคีรีวง ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาหลวงทางฝั่งตะวันออก ล้อมรอบด้วยภูเขาหลายลูก เช่น ภูเขาหลวง ภูเขาพระสังข์ และเขายอดเพล...มีธรรมชาติที่สวยงาม น้ำตก และลำคลองที่ไหลผ่าน 3 สาย เต็มไปด้วยพืชพรรณและผลไม้มากมาย เช่น ทุเรียน มังคุด สะตอ ลูกเนียง จำปาดะ ลางสาด ฯลฯ
ในอดีตช่วงรัชกาลที่ 1 ชาวบ้านได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานบริเวณเชิงเขาใกล้วัดคีรีวง ชื่อหมู่บ้านคีรีวงจึงหมายถึงหมู่บ้านที่ล้อมรอบด้วยภูเขาอันสวยงาม และมีอายุยาวนานหลายร้อยปี

ชุมชนในหุบเขานี้มีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติและป่ามานาน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในทรัพยากรธรรมชาติ การทำสวนสมรมหรือสวนผสมผสานเป็นสิ่งสำคัญ ที่เป็นภูมิปัญญาเก่าแก่ที่สืบทอดมาหลายรุ่น โดยมีการต่อสู้กับวิกฤติธรรมชาติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าจะเผชิญกับความยากลำบาก แต่ชุมชนนี้ก็สามารถยืนหยัดและฟื้นฟูขึ้นมาได้ด้วยความพยายามและมานะ ตั้งกลุ่มองค์กรชาวบ้านหลายกลุ่ม ภายใต้ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและความรักสามัคคี ซึ่งทำให้ชุมชนบ้านคีรีวงกลายเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นในทุกยุคสมัย
ตามคำบอกเล่าของผู้คนในชุมชน “วัดคีรีวง” เกิดขึ้นจากการนำของชาย 5 คนที่นำโดย ทวดนุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกชุมชน พวกเขาไปสร้างทำนบกั้นน้ำที่ลำธาร เมื่อเดินสำรวจพื้นที่เพื่อหาที่ตัดไม้ ก็ได้พบกับพระเจดีย์เก่าที่ไม่สามารถระบุได้ว่า สร้างขึ้นเมื่อใด และยังพบพระพุทธรูปองค์หนึ่งอยู่ด้วย
ผู้คนในยุคนั้นเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งว่า สถานที่แห่งนี้เคยเจริญรุ่งเรืองในอดีต ด้วยความศรัทธาที่แรงกล้า ชาวบ้านจึงรวมตัวกันบูรณะวัดเก่าดังกล่าวใหม่ และตั้งชื่อว่า “วัดคีรีวง” ตามชื่อของภูมิประเทศที่ตั้งอยู่
ปัจจุบันหมู่บ้านคีรีวงยังคงรักษาวิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติ ผู้คนมีกิจกรรมเข้าวัดทำบุญอย่างสม่ำเสมอ “วัดคีรีวง” ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่ยึดเหนี่ยวสำคัญของชุมชนอย่างแนบแน่น แม้ว่าจะมีความเรียบง่าย แต่ก็แฝงไปด้วยเสน่ห์และพลังที่ไม่เสื่อมคลาย

ใครที่เดินทางมาที่คีรีวง ห้ามพลาดที่จะทำบุญและกราบสักการะขอพรที่วัด “คีรีวง” โดยเชื่อกันว่า การมากราบไหว้พระที่นี่จะนำมาซึ่งความมงคลในชีวิต พบแต่ความสุข ความเจริญ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และหายจากทุกข์โศก...ขอพรจาก “หลวงพ่อสำเร็จ” เพื่อความสำเร็จตามที่ตั้งใจและปรารถนา
หลวงพ่อสำเร็จ...เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับการค้าขาย และการงานต่างๆ รวมไปถึงการขอโชคลาภ เงินทอง ...หลายคนมาเพราะความเชื่อส่วนบุคคล ขณะที่บางคนเคยมาขอพรและสมหวังกลับมาอีกครั้งเพื่อสักการะ
“ศรัทธา”...คือแรงผลักดันที่นำไปสู่ปาฏิหาริย์? จะเชื่อหรือไม่ก็อย่าได้... “ลบหลู่”.
รัก-ยม
