สวนสนุก "Super Nintendo World" จาก Universal Studios Japan (โอซาก้า) ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการเยือน โดยเฉพาะแฟนๆ ของเกม Super Mario Bros และภาพยนตร์แอนิเมชันยอดนิยมอย่าง “The Super Mario Bros Movie”
แม้ว่าทั่วโลกจะเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการเดินทาง แต่ในที่สุด Universal Studios Japan ก็ได้เปิดตัว Super Nintendo World อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2021 ซึ่งมีทั้งเครื่องเล่น ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก พร้อมบรรยากาศที่เสมือนหลุดเข้าไปในโลกของเห็ดในเกม
ทีมงาน Mytour ออนไลน์จะพาทุกท่านไปสัมผัสประสบการณ์ในโลกของมาริโอแบบจริงๆ ที่ Super Nintendo World โดยเฉพาะการแข่ง Mario Kart: Koopa’s Challenge ชมวิวและบรรยากาศที่น่าประทับใจผ่านเครื่องเล่น Yoshi's Adventure และสำรวจอาณาจักรเห็ดยักษ์ให้สนุกยิ่งขึ้นในบทความนี้

“มาริโอ” (Mario) ตัวละครอมตะจากการ์ตูนชื่อดังที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ยุค 80
หลายคนคงจะคุ้นเคยกับตัวละครชายที่มีหนวด สวมชุดเอี๊ยม และหมวกสีแดงกันเป็นอย่างดี เพราะลักษณะเหล่านี้ได้กลายเป็นภาพจำของตัวละคร “มาริโอ” (Mario) แม้ว่าจะผ่านมาแล้วกว่า 40 ปี แต่ตัวละครนี้ยังคงได้รับความนิยมและความเป็นอมตะอย่างไม่เสื่อมคลาย
มาริโอ (Mario) เริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในฐานะตัวละครจากวิดีโอเกม “Donkey Kong” ที่พัฒนาโดยบริษัทนินเทนโดในปี ค.ศ. 1981 ก่อนที่จะถูกพัฒนาต่อเนื่องเป็นเกม Super Mario Bros ที่โด่งดัง พร้อมกับการผลิตแอนิเมชันและการนำตัวละครสุดน่ารักนี้ไปใช้ในสินค้าหลายประเภท ทั้งเครื่องแต่งกาย ของเล่น และการเปิดตัวเครื่องเล่นและสวนสนุกธีมปาร์ค Super Nintendo World


Super Nintendo World จำลองอาณาจักรเห็ดสุดอลังการใน Universal Studios Japan
Super Nintendo World คือสวนสนุกที่ตั้งอยู่ใน Universal Studios Japan โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางผ่านโซน Hollywood, Central Park และ Amity Village ก่อนที่จะเข้าสู่โลกของอาณาจักรเห็ดได้ทันที ภายในโซนนี้จะเต็มไปด้วยการตกแต่งที่เลียนแบบฉากจากเกมและแอนิเมชัน มีเห็ดสีเขียวและแดง ปราสาทพีชขนาดยักษ์ และปราสาทเบราเซอร์ที่ดูอลังการ พร้อมทั้งภูเขาหญ้า เหรียญทอง และตัวละครสุดน่ารัก
เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ของ Super Nintendo World ทีมข่าวเชื่อว่าหลายคนจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่สดใสและสนุกสนาน เหมือนกับการได้กลายเป็นหนึ่งในตัวละครจากโลกของมาริโอเอง

Super Nintendo World เต็มไปด้วยฉากที่สมจริง ทั้งสีสันและเสียงที่สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ
ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของมาริโอที่ทุกคนจำได้คือลำท่อสีเขียวขนาดใหญ่ ที่เมื่อลงไปจะพานักท่องเที่ยวไปยังจุดใหม่ๆ ทางทีมงานได้นำลักษณะนี้มาปรับใช้เป็นกิมมิกที่น่าสนใจ โดยที่ทางเข้าของ Super Nintendo World ถูกตกแต่งด้วยป้ายชื่อขนาดใหญ่ให้ถ่ายรูปและเช็กอิน รวมถึงอุโมงค์สีเขียวที่ทอดยาวพานักท่องเที่ยวเข้าสู่โลกของอาณาจักรเห็ดได้อย่างเต็มตัว
เมื่อเดินออกจากอุโมงค์ นักท่องเที่ยวจะได้พบกับวิวของ Super Nintendo World ที่สามารถชมได้แบบ 360 องศา พื้นที่ถูกจัดแบ่งออกเป็นสัดส่วนอย่างลงตัว พร้อมทั้งฉาก เสียงดนตรีประกอบ และบรรยากาศที่เหมือนกับการได้เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลมาริโอจริงๆ
หนึ่งในจุดที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือจุดพบปะกับมาสคอตมาริโอและเจ้าหญิงพีช ที่ยืนโบกมือทักทายแฟนๆ จากทั่วโลก หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของมาริโอ เมื่อมาถึง Super Nintendo World ก็อย่าลืมแวะถ่ายภาพที่ระลึกก่อนกลับ

แนะนำเครื่องเล่นสุดฮิตที่ไม่ควรพลาดใน Super Nintendo World
ใน Super Nintendo World นักท่องเที่ยวจะได้พบกับเครื่องเล่นหลักๆ อย่าง Mario Kart: Koopa’s Challenge และ Yoshi's Adventure รวมไปถึงมินิเกมที่สนุกไม่แพ้กันอย่าง Bowser Jr. Shadow Showdown และ Ultimate Key Challenge Mini-Game
เครื่องเล่น Mario Kart: Koopa’s Challenge
เริ่มต้นที่เครื่องเล่น Mario Kart: Koopa’s Challenge ซึ่งตั้งอยู่ภายในปราสาทของ Bowser สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ เกมแข่งรถและผู้ที่เคยเล่น Mario Kart Tour ไฮไลต์สำคัญของเครื่องเล่นนี้คือรูปปั้น Bowser ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า พร้อมการตกแต่งภายในปราสาทที่หรูหรา ซึ่งจะสร้างบรรยากาศที่น่าตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวก่อนเข้าไปเล่น
ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็นนักแข่งรถโกคาร์ต ผ่านการจำลองสนามแข่งแบบ AR โดยการสวมแว่นตา ในระหว่างการแข่งขันผู้เล่นสามารถเก็บไอเทมพิเศษเพื่อลงโทษคู่แข่ง รวมถึงเก็บเหรียญเพื่อทำคะแนนและลุ้นคว้าอันดับหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นเครื่องเล่นที่เติมเต็มประสบการณ์การแข่งรถได้อย่างสมจริงและน่าตื่นเต้นสุดๆ

เครื่องเล่น Yoshi’s Adventure
อีกหนึ่งเครื่องเล่นที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Yoshi’s Adventure ซึ่งจะให้ผู้เล่นนั่งรถรางไปตามเส้นทาง ชมบรรยากาศและวิวโดยรอบ สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพเก็บบรรยากาศ ต้องไม่พลาด เพราะนอกจากการนั่งรถรางแล้ว ยังสามารถถ่ายภาพมุมสูงจากรถรางได้ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด


ภายในพื้นที่ยังมีมินิเกมสนุกๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมได้ โดยการเลือกซื้อ Power-Up Band สายรัดข้อมือที่มีตัวละครจากเกมเป็นธีม แล้วออกไปสำรวจพื้นที่และโซนต่างๆ เพื่อเก็บกุญแจใน “Key Challenges” หรือกระโดดเก็บเหรียญทองให้ได้มากที่สุด เพื่อขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในอาณาจักรเห็ด ถือเป็นอีกจุดเด่นที่น่าสนใจมาก
สิ่งที่ทีมข่าวสังเกตเห็นนอกจากรอยยิ้มและความสนุกของนักท่องเที่ยว คือความมุ่งมั่นในการบริการของพนักงานทุกคน แม้ว่าจะเป็นช่วงกลางวันและพื้นที่บางส่วนอยู่กลางแจ้ง ซึ่งอาจจะมีอุณหภูมิที่ร้อนระอุ แต่พนักงานยังคงยิ้มแย้มและให้บริการด้วยความเต็มใจ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว

Super Nintendo World เอาใจขาช็อป ชิม ชิล
หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้า ทาง Universal Studios Japan ก็มีพื้นที่คาเฟ่ชื่อว่า "Kinopio’s Cafe" ซึ่งอาคารของคาเฟ่ถูกออกแบบเป็นรูปเห็ดสีแดงสะดุดตา ให้ผู้เยี่ยมชมได้เข้าไปพักผ่อน สั่งอาหารหรือเครื่องดื่มจากเมนูพิเศษที่เชฟโท้ด (Tode) ตัวจิ๋วเตรียมไว้ แม้คาเฟ่นี้ตั้งอยู่ท่ามกลางเครื่องเล่นและสวนสนุก แต่ก็มีเมนูที่ใส่ใจสุขภาพ มีทางเลือกสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตนและผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติอีกด้วย
ถึงแม้ว่า Super Nintendo World จะมีพื้นที่มากพอสมควร แต่บางครั้งก็อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งหมด หากใครต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่คาเฟ่เห็ดสุดน่ารักใน Super Nintendo World แนะนำให้จองคิวผ่านคิวอาร์โคดล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการเข้าชม

สำหรับสายช็อปปิ้ง ที่เคยเห็นรีวิวของ Super Nintendo World อาจจะคุ้นเคยกับของที่ระลึกต่างๆ อย่างแก้วน้ำรูปเห็ด ถังป๊อปคอร์นมาริโอ หรือดาวสีเหลือง ซึ่งสามารถหาซื้อได้ที่ร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงที่ “1-Up Factory” ที่ขายของที่ระลึกหลากหลายเช่นพวงกุญแจ เสื้อยืด หมวก หรือกระเป๋าที่ระลึกจากมาริโอ สินค้าพวกนี้เหมาะสำหรับเป็นของขวัญให้คนที่คุณรัก
สินค้าทุกชิ้นใน Super Nintendo World ได้รับการออกแบบอย่างมีสีสันและน่ารัก โดยบางชิ้นสามารถใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวัน ส่วนบางชิ้นก็เหมาะกับการซื้อเป็นของฝาก ซึ่งไม่แปลกใจเลยที่นักท่องเที่ยวทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะเลือกซื้อสินค้าจากร้านนี้อย่างสนุกสนาน อาทิเช่น หมวกพวงกุญแจที่มีธีมมาริโอ


วิธีการเดินทางมายัง Universal Studios Japan
สวนสนุก Universal Studios Japan เปิดทำการในเวลาที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบเวลาทำการและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.usj.co.jp ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Universal City ทำให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมายังสวนสนุกได้หลากหลายเส้นทาง
- จากสถานี Nishikujo นั่งสาย JR Yumesaki Line ลงสถานี Universal city ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
- จากสถานี Umeda/Osaka นั่งสาย JR Osaka Loop Line ลงสถานี Nishikujo ใช้เวลาประมาณ 6 นาที จากนั้นเปลี่ยนเป็นสาย JR Yumesaki Line ลงสถานี Universal city ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
- จากสถานี Shin-Osaka นั่งสาย JR Kyoto Line ลงสถานี Umeda/Osaka ใช้เวลาประมาณ 5 นาที จากนั้นเปลี่ยนเป็นสาย JR Osaka Loop Line ลงสถานี Nishikujo ใช้เวลาประมาณ 6 นาที และเปลี่ยนเป็นสาย JR Yumesaki Line ลงสถานี Universal city ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
- จากสถานี JR-Namba นั่งสาย JR Yamatoji Line ลงสถานี Imamiya ใช้เวลาประมาณ 2 นาที จากนั้นเปลี่ยนเป็นสาย JR Osaka Loop Line ลงสถานี Nishikujo ใช้เวลาประมาณ 8 นาที และเปลี่ยนเป็นสาย JR Yumesaki Line ลงสถานี Universal city ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
- จากสถานี Osaka-Namba นั่งสาย Hanshin-Namba Line ลงสถานี Nishikujo ใช้เวลาประมาณ 8 นาที จากนั้นเปลี่ยนเป็นสาย JR Yumesaki Line ลงสถานี Universal city ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
- จากสถานี Tennoji นั่งสาย JR Osaka Loop Line ลงสถานี Nishikujo ใช้เวลาประมาณ 8 นาที และเปลี่ยนเป็นสาย JR Yumesaki Line ลงสถานี Universal city ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
- จากสนามบิน Osaka International Airport (Itami Airport) นั่ง Osaka Monorail ประมาณ 3 นาทีลงสถานี Hotarugaike จากนั้นเปลี่ยนเป็นสาย Hankyu Takarazuka ลงสถานี Osaka-Umeda/Osaka ใช้เวลาประมาณ 21 นาที จากนั้นเปลี่ยนเป็นสาย JR Osaka Loop Line ลงสถานี Nishikujo ใช้เวลาประมาณ 6 นาที และเปลี่ยนเป็นสาย JR Yumesaki Line ลงสถานี Universal city ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
- จากสนามบิน Kansai International Airport นั่งสาย JR Hanwa Line ลงสถานี Nishikujo ใช้เวลาประมาณ 60 นาที และเปลี่ยนเป็นสาย JR Yumesaki Line ลงสถานี Universal city ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
หากคุณมีแผนเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ หรือใช้บริการรถไฟ JR บ่อยๆ สามารถเลือกซื้อ บัตร JR West Pass ที่ให้คุณเดินทางได้ไม่จำกัดในภูมิภาคคันไซ หรือเลือกใช้ บัตร ICOCA IC Card สำหรับการใช้จ่ายที่ร้านค้า, รถบัส, หรือรถไฟในคันไซ ซึ่งจะช่วยให้การท่องเที่ยวทั่วโอซากา, เกียวโต, นาระ และเมืองอื่นๆ ในภูมิภาคนี้สะดวกยิ่งขึ้น
วิธีการซื้อบัตรรถลีมูซีน บัสเพื่อเดินทางไป Universal Studios Japan มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

ราคาบัตร Universal Studios Japan และวิธีการซื้อ
ราคาบัตรของ Universal Studios Japan แตกต่างกันไปตามช่วงเวลาและกิจกรรมต่างๆ คุณสามารถซื้อบัตรได้ผ่านเว็บไซต์ทางการหรือจุดจำหน่ายตั๋วด้านหน้า นอกจากนี้ยังสามารถซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ เช่น Mytour และ Klook ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้คุณสามารถจองและซื้อบัตรเข้าร่วมกิจกรรมและบริการต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว ลดเวลาการต่อแถว และยังสามารถวางแผนการเล่นล่วงหน้าได้อีกด้วย
วิธีการซื้อตั๋วเข้าชม Universal Studios Japan ผ่าน Klook
ท่านสามารถเลือกซื้อบัตรเข้าสวนสนุก Universal Studios Japan ตามแพ็กเกจและความต้องการต่าง ๆ ที่มีให้เลือก เช่น
1. บัตรเข้าสวนสนุก Universal Studios Japan สตูดิโอพาส มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ เช่น
- บัตร Studio Pass 1 วัน
- บัตร Studio Pass 1.5 วัน ซึ่งในวันแรกสามารถเข้าได้ตั้งแต่เวลา 15.00 น. และในวันถัดไปสามารถใช้บัตรเดิมเข้าได้ทันทีเมื่อสวนสนุกเปิด
- บัตร Studio Pass 2 วัน
- [เข้าสวนสนุกล่วงหน้า] + บัตร Studio Pass 1 วัน สำหรับการเข้าเร็วขึ้น 15 นาที
- [ถังป๊อปคอร์น Jujutsu Kaisen] + บัตร Studio Pass 1 วัน
- [แพ็กเกจคู่] ห้องพักที่โรงแรมลิเบอร์ + บัตร Studio Pass 1 วัน
หากท่านต้องการเลือกแพ็กเกจคอมโบ เช่น บัตร Have Fun in Kansai Pass + บัตร Studio Pass 1 วัน ก็สามารถทำการจองล่วงหน้าได้เช่นกัน
2. บัตรเสริม Express Pass Universal Studios Japan บัตร Express Pass หรือบัตรที่ช่วยให้ไม่ต้องรอคิวนาน ข้อดีของบัตรนี้คือ ช่วยประหยัดเวลาในการรอคิว โดยมีตัวเลือกให้เลือกดังนี้
- บัตร Express Pass 4 เครื่องเล่น ช่วยลดเวลาในการรอคิว โดยผู้ที่ถือบัตรนี้สามารถเลือกเข้าคิวในเส้นทาง Express Pass เพื่อเล่นเครื่องเล่นได้ถึง 4 ชิ้น เช่น Mario Kart: Koopa's Challenge, Flight of the Hippogriff, Despicable Me Minion Mayhem
- บัตร Express Pass 7 เครื่องเล่น ช่วยลดระยะเวลาในการต่อคิว โดยผู้ที่ถือบัตรนี้สามารถเลือกเส้นทาง Express Pass เพื่อเล่นเครื่องเล่นได้ถึง 7 ชิ้น เช่น Mario Kart: Koopa's Challenge, Flight of the Hippogriff, Despicable Me Minion Mayhem, Hollywood Dream - The Ride - Backdrop, Yoshi's Adventure
วิธีการซื้อบัตรผ่าน Klook ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ได้ดังนี้
1. เข้าสู่ระบบหรือสร้างบัญชีใหม่หากยังไม่มีบัญชีผ่าน Klook.com
2. ค้นหาบัตรที่ต้องการ
3. เลือกแพ็กเกจจำนวนคน และกด "จองตอนนี้"
4. กรอกข้อมูลการติดต่อและเลือกช่องทางการชำระเงินที่สะดวก
5. หลังจากการซื้อบัตรหรือการจองเสร็จสิ้น จะได้รับการยืนยันภายใน 48 ชั่วโมง
เคล็ดลับง่ายๆ ในการสนุกกับการเที่ยว Universal Studios Japan ตลอดทั้งวัน
เนื่องจาก Universal Studios Japan เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในโอซากา จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อช่วยลดเวลาในการรอคิวและหลีกเลี่ยงการสื่อสารที่ผิดพลาด รวมถึงการวางแผนท่องเที่ยวใน Super Nintendo World อย่างครบถ้วน แนะนำให้ทำการจองตั๋วล่วงหน้าหรือซื้อตั๋ว และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Universal Studios Japan เพื่อเช็กข้อมูล เช่น ระยะเวลารอคิว การซื้อบัตร และข้อมูลอื่นๆ เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น

แม้ว่า Super Nintendo World ที่ Universal Studios Japan (USJ) จะเป็นธีมปาร์คใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นาน แต่ความสวยงามของฉากอลังการ บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสดใส และเครื่องเล่นที่มีรายละเอียดจากเกมและภาพยนตร์ ก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของทีมงานผู้สร้าง ช่วยสร้างบรรยากาศสนุกสนานและประทับใจไม่แพ้เครื่องเล่นอื่นๆ
แม้จะมีนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ รวมถึงชาวญี่ปุ่นเองที่ต่อแถวในบางโซน แต่ระบบการจัดการที่ดีทำให้การรอคิวเป็นไปอย่างราบรื่น ทุกคนต่างปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมและมารยาทในสังคมญี่ปุ่นที่ได้รับการปลูกฝังมาอย่างยาวนาน ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ
สำหรับแฟนๆ จักรวาลมาริโอที่มีแผนมาเที่ยวโอซากาหรือญี่ปุ่น เครื่องเล่น Mario Kart: Koopa’s Challenge ใน Super Nintendo World ที่ Universal Studios Japan (USJ) คือสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและเป็นส่วนเติมเต็มความสดใสในวัยเด็กของคุณได้อย่างแน่นอน
