พระราชนิเวศน์มฤคทายวันไม่ได้เป็นเพียงที่ประทับเพื่อฟื้นฟูพระพลานามัยเท่านั้น แต่ยังได้รับการดูแลรักษามาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี โดยเฉพาะเมื่อช่วงเวลาเกือบสี่สิบปีที่ผ่านมา ที่พระราชนิเวศน์แห่งนี้ถูกทิ้งร้างและทรุดโทรมไปตามกาลเวลา สีที่เคยทาทับไม้เริ่มหลุดล่อน เนื้อไม้ถูกทำลายจากลมทะเล แสงแดด และเชื้อราจนเสื่อมสภาพ รวมทั้งฐานรากที่ต้องรองรับน้ำหนักของกระเบื้องว่าวจำนวนมากที่เคยถูกเปลี่ยนใหม่มาแล้วและมีน้ำหนักมากกว่าก่อนหน้านี้ ขณะนี้พระราชนิเวศน์มฤคทายวันกำลังได้รับการบูรณะและอนุรักษ์อย่างเป็นระบบโดยโรงไม้แห่งพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งได้รับรางวัล New Design in Heritage Context with Special Recognition for Sustainable Development จากองค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ในปี พ.ศ. 2564
ล่าสุด ททท.สำนักงานเพชรบุรี และมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวันในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้จัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่แผนการท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรีและประชาสัมพันธ์โครงการระดมทุนเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นที่พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ ภายในพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า ททท.มุ่งเน้นสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและทรงประสิทธิภาพให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมายังจังหวัดเพชรบุรีเพิ่มขึ้น ทั้งในรูปแบบการท่องเที่ยวที่พักนานหรือการท่องเที่ยวซ้ำบ่อยๆ โดยมีการกระจายการเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการกระจายเวลา เพื่อให้เกิดความสมดุลในการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรในการออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว

“เราได้พัฒนาการท่องเที่ยวที่หลากหลายรูปแบบ เช่น เส้นทาง Wellness Phetchaburi ที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพดีจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ธรรมะ และธรรมชาติ พร้อมแนะนำแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และสปาที่ได้มาตรฐาน Wellness center จากสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี หรือเส้นทาง Farm For Fun ที่เหมาะสำหรับเด็กๆและครอบครัว ที่จะได้สร้างสรรค์ทักษะเสริม EQ ผ่านกิจกรรมต่างๆ นอกห้องเรียน” ผอ.ททท.เพชรบุรีกล่าวเสริม และยังกล่าวถึงการใช้ Soft power ด้านอาหารในการประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสำรวจรสชาติท้องถิ่นของเพชรบุรีจากเมนูอาหารประจำจังหวัด ๘ อำเภอ ร่วมกับพันธมิตรจัดแคมเปญท่องเที่ยวในวันธรรมดา เช่น Phetchaburi Happy workplace สำหรับกลุ่ม Digital Nomad พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ รวมถึงกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในพื้นที่ป่าแก่งกระจาน วนอุทยานเขานางพันธุรัต หรือชุมชนบ้านถ้ำเสือ พร้อมแนะนำให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการที่พักที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรักษาสภาพแวดล้อม เช่น Carbon Footprint Hotel รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลจาก ททท. เช่น ดวงดาวแห่งความยั่งยืน หรือ TAT STAR.

“นอกจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว เรายังมุ่งหวังที่จะเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ร่วมมือในการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ผ่านกิจกรรมที่ทางมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวันได้จัดขึ้น”

กิจกรรมแรกที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25-26 พฤศจิกายนนี้ เกล้ามาศ ยิบอินซอย ผอ.สำนักงานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวันในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี เปิดเผยว่าเป็นการแสดงการอ่านบทพระราชนิพนธ์มัทนะพาธาประกอบการแสดงและดนตรี เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปีบทพระราชนิพนธ์ ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ในการบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ทั้งในด้านการรักษาระบบนิเวศตามธรรมชาติและการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาให้เป็นพิพิธภัณฑ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

“ปัจจุบันพระราชนิเวศน์มฤคทายวันอยู่ในระหว่างการบูรณะและจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมอีกครั้งในวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 นักท่องเที่ยวทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวันได้โดยการสมัครเป็นสมาชิกบูรโณปถัมภ์ เพื่อระดมทุน ซึ่งการรับสมัครสมาชิกจำกัดเพียง 109,600 รายเท่านั้น รายละเอียดการสมัครสมาชิกสามารถติดตามได้ทางเฟซบุ๊กเพจพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน” ผอ.สำนักงานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวันฯ กล่าว
พระราชนิเวศน์มฤคทายวันเริ่มการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2466 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2467 โดยประกอบด้วยหมู่พระที่นั่ง 16 หลัง ทำจากไม้สักทอง มีเสารองรับอาคารทั้งหมด 831 ต้น ซึ่งหมู่พระที่นั่งทั้งสาม ได้แก่ พระที่นั่งสมุทพิมาน, พระที่นั่งพิศาลสาคร และพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ เชื่อมต่อกันโดยตลอด กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระราชนิเวศน์มฤคทายวันเป็นโบราณสถานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2524
