หากกำลังมองหาทริปเที่ยวช่วงหน้าหนาว เขาค้อในจังหวัดเพชรบูรณ์ คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่ตอบโจทย์ความต้องการของหลายๆ คน ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายให้เลือกสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการเช็กอินแบบชิลๆ หรือชิคๆ ได้เต็มที่
จากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ให้คุณได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์สดชื่นจากยอดเขาค้อที่มีความสูงประมาณ 1,174 เมตร ชมความงามของดอกไม้เมืองหนาวและทะเลหมอกสีขาว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ให้คุณได้เยี่ยมชมวัดวาอาราม กราบไหว้พระขอพรที่พระตำหนักเขาค้อ น้ำตก และยังมีคาเฟ่ให้คุณได้นั่งจิบกาแฟพร้อมชมวิวอีกด้วย
มาดูกันว่ามีที่ไหนบ้างที่ไม่ควรพลาดเมื่อคุณมาเที่ยวเขาค้อ วันนี้เรามี 7 จุดเช็กอินยอดนิยมที่ควรไปให้ครบ พร้อมทั้งรูปภาพให้คุณตัดสินใจออกเดินทางไปเที่ยวได้ทันที

1. สักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว
วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดพระธาตุผาแก้ว ตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน ก่อสร้างในช่วงปลาย พ.ศ.2547 เพื่อเป็นสถานที่ฝึกฝนปฏิบัติธรรมตามหลักสติปัฏฐาน 4 ซึ่งเป็นแก่นของคำสอนพระพุทธเจ้าตามคำบัญชา ประวัติของสถานที่นี้เป็นที่มาของชื่อ "ผาซ่อนแก้ว" เพราะสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม มีภูเขาสูงทอดตัวยาวล้อมรอบศาลาปฏิบัติธรรม และบนยอดเขาสูงมีถ้ำอยู่ บางครั้งชาวบ้านในบริเวณนี้เคยเห็นลูกแก้วลอยขึ้นจากท้องฟ้าและหายไปในถ้ำบนยอดเขา หลายคนเชื่อว่าลูกแก้วนี้คือพระบรมสารีริกธาตุที่เสด็จมาจากสวรรค์ และถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงเรียกสถานที่นี้ว่า "ผาซ่อนแก้ว"

2. ชมทะเลหมอก 360 องศา ที่เขาตะเคียนโง๊ะ
เขาตะเคียนโง๊ะ ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลหนองแม่นา เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2258 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเขาค้อ โดยมีชื่อเรียกขานกันว่า "ฟูจิเขาค้อ" เพราะสามารถมองเห็นเขาย่า เขาปู่ และทิวทัศน์ของเขาค้อ รวมถึงทุ่งแสลงหลวงได้อย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ในช่วงเช้าประมาณ 5.30-7.00 น. จะมีทะเลหมอกที่สามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง 360 องศา และในเวลานั้นจะมีพระอาทิตย์ขึ้นที่เขาย่า ซึ่งมีทิวทัศน์ที่งดงามอย่างยิ่ง

ขอแนะนำให้คุณไม่ละสายตาแม้แต่เสี้ยววินาที เพราะทะเลหมอกและแสงสีจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เมื่อท้องฟ้าสว่างขึ้น คุณจะเห็นคลื่นหมอกสีขาวแทรกผ่านภูเขาและต้นไม้ต่างๆ ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ หากคุณต้องการสัมผัสบรรยากาศโรแมนติก ควรลองตั้งเต็นท์นอนเพื่อดูดาวในยามค่ำคืน และตื่นมาชมทะเลหมอกบนเขาตะเคียนโง๊ะในเช้าวันถัดไป ที่นี่มีบริการเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว หรือสามารถเตรียมเต็นท์มาเองได้ แต่ต้องเตรียมอาหารและเครื่องดื่มมาเองด้วย

3. ทุ่งกังหันลมยักษ์ ที่เขาค้อ
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเขาค้อ ที่เริ่มผลิตกระแสไฟฟ้ามาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 และในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เนื่องจากที่ตั้งของโครงการอยู่บนยอดเนินเขาที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,050 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบๆ ทุ่งกังหันลมได้อย่างชัดเจน ทุ่งกังหันลมเขาค้อ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านชาวเขา บ้านเพชรดำ ตำบลทุ่งสมอ อำเภอเขาค้อ มีต้นกังหันลมทั้งหมด 24 ต้น แต่ละต้นมีความสูงประมาณ 100 เมตร ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในอำเภอเขาค้อ ภายในทุ่งกังหันลมยังสามารถเข้าไปเที่ยวชม ถ่ายภาพ หรือเช็กอินได้ โดยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ให้บริการรถไฟฟ้าเพื่อนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว

4. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ ที่เขาค้อ
ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุดของเขาค้อ สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงและเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ตำรวจ และทหารผู้เสียชีวิตในการต่อสู้เพื่อปกป้องพื้นที่ในเขตรอยต่อสามจังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511-2525 อนุสรณ์สถานนี้ สร้างจากหินอ่อนรูปสามเหลี่ยมสูง 24 เมตร ซึ่งสื่อถึงการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ และทหาร ผนังภายในของอนุสรณ์สถานได้บันทึกประวัติและรายชื่อของผู้เสียสละไว้ด้วย (ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ)

5. พระตำหนักเขาค้อ เรือนประทับแห่งรัชกาลที่ 9

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก เป็นเจดีย์ที่มีการออกแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบสุโขทัย, อยุธยา, และรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่บนขอดเขาค้อในตำบลเขาค้อ บ้านกองเนียม ใกล้กับสำนักสงฆ์วิชมัยปุญญาราม ภายในยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา การสร้างเจดีย์นี้มีจุดประสงค์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปีในปี พ.ศ. 2539


น้ำตกศรีดิษฐ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้สัมผัสความงามทางธรรมชาติ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์อีกด้วย น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกหินชั้นเดียวขนาดใหญ่ที่น้ำไหลตลอดทั้งปี และเคยเป็นที่พักของคอมมิวนิสต์ในอดีต ซึ่งยังคงมีสิ่งของเครื่องใช้เหลืออยู่ให้ได้ชม เช่น บ้านพักและครกตำข้าวที่ใช้พลังจากน้ำตกในการหมุนกังหันตำข้าว สำหรับชื่อ “น้ำตกศรีดิษฐ์” นั้นตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ ส.อ.ประพจน์ ศรีดิษฐ์ และทหารหาญอีกหลายคนที่เสียชีวิตในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในสมรภูมิรบที่นี่

: เส้นทางสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไปเขาค้อ เพชรบูรณ์ :
หากคุณวางแผนขึ้นเขาค้อ แนะนำให้ใช้รถยนต์ 4-5 ประตู รถปิกอัพ หรือรถตู้ที่มีสภาพดี หลีกเลี่ยงการใช้รถบัสขนาดใหญ่ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ ลาดชัน และมีการโค้งมาก การเดินทางจากกรุงเทพฯไปยังเขาค้อเพชรบูรณ์ ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง และเส้นทางที่สะดวกสบายมีดังนี้

1. เริ่มจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 จนถึงจังหวัดสระบุรี และเดินทางต่อไปจนถึงสวนพฤกษศาสตร์พุแค ซึ่งจะอยู่ที่กิโลเมตรที่ 125 จากนั้นให้เลี้ยวขวาไปยังทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี อำเภอศรีเทพ และอำเภอวิเชียรบุรี ในจังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วขับต่อไปตามถนนเพชรบูรณ์-หล่มสัก จนถึงสามแยกนางั่ว ประมาณ 13 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 อีก 30 กิโลเมตร ก็จะถึงเขาค้อ

2. จากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าไปยังอำเภอวังน้อย แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, ชัยนาท จนถึงนครสวรรค์ หลังจากนั้นให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 117 มุ่งหน้าไปยังจังหวัดพิษณุโลก และใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก-หล่มสัก ที่หลักกิโลเมตรที่ 100 ของบ้านแคมป์สน ให้เลี้ยวเข้าเขาค้อตามทางหลวงหมายเลข 2196 อีกประมาณ 33 กิโลเมตร
(ขอบคุณข้อมูล ททท.เพชรบูรณ์ , www.khaoko.com)
: ข่าวที่น่าสนใจ :
24 ผักที่ควรกินในฤดูหนาว พร้อมกับเคล็ดลับในการล้างผักเพื่อลดสารพิษตกค้าง
กางเต็นท์ชมทะเลหมอก พร้อมกับกินเค้กชา 10 แลนด์มาร์กที่เที่ยวหน้าหนาวในภาคเหนือที่ต้องไป
อาการเตือนของโรคไบโพลาร์ที่คุณไม่ควรละเลย พร้อมวิธีป้องกันเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการฆ่าตัวตาย
5 จุดท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่เหมาะกับการสัมผัสอากาศเย็นๆ เติมพลังในช่วงวันหยุดยาว
“เริม“ โรคเรื้อรังที่มักแฝงตัวอยู่ในร่างกายตลอดชีวิต 7 สาเหตุที่สามารถกระตุ้นให้เชื้อกลับมาแสดงอาการอีกครั้ง
