ความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของปวงชนชาวไทย คือ การที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นจอมทัพไทย พระองค์ทรงทำงานอย่างมุ่งมั่นและแน่วแน่ในหน้าที่จอมทัพ ทรงเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารเพื่อคอยดูแลทหารชายแดน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องชาติ
พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจและศูนย์รวมจิตใจให้แก่เหล่าทหารหาญ จนสามารถปฏิบัติภารกิจคุ้มครองแผ่นดินได้อย่างปลอดภัย และทรงมีพระราชกรณียกิจในการทำนุบำรุงกองทัพไทยอย่างต่อเนื่อง
Mytourออนไลน์ ขอเชิญคุณร่วมเชิดชูเกียรติพระองค์จอมทัพไทย ด้วยการไปชมชุดพระราชพิธี 3 เหล่าทัพ ซึ่งเป็นสมบัติส่วนพระองค์ ทหารทุกเหล่าทัพเชื่อว่าเมื่อมีโอกาสได้ชมชุดเหล่านี้ ก็เหมือนกับการเข้าเฝ้าใต้พระยุคลบาทอย่างใกล้ชิด

สถานที่ของเราในการเดินทางไปครั้งนี้คือ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางแยกต่างระดับที่ถนนวิภาวดีรังสิตตัดกับถนนพหลโยธินในตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ครอบคลุมพื้นที่ 38 ไร่ 1 งาน 97 ตารางวา ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย
สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปีของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระมหากษัตริย์และวีรชนไทยที่ได้เสียสละชีวิตเพื่อชาติ ผู้เข้าชมสามารถเยี่ยมชมได้ฟรีทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยนำชมตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.00 น.

ในวันที่เราเดินทางไปนั้น เราได้รับเกียรติจาก พันเอกเอกศักดิ์ อ่อนชื่น รองผู้อำนวยการกองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร ซึ่งเป็นวิทยากรพาชมและบรรยายเกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของอนุสรณ์สถานแห่งชาติ
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือ ‘พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติจอมทัพไทย’ ที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจด้านทหารและกองทัพไทย ซึ่งจะทำให้ผู้ชมเข้าใจถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มีต่อกองทัพไทย ผ่านการจัดแสดงต่างๆ
สิ่งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติจอมทัพไทยที่สำคัญที่สุดคือ ฉลองพระองค์เครื่องแบบทั้ง 3 เหล่าทัพ และของใช้ส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงใช้ระหว่างการพระราชกรณียกิจในแต่ละช่วง ซึ่งกองบัญชาการกองทัพไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ยืมมาแสดงที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2552



พันเอกเอกศักดิ์ได้เล่าถึงว่า ฉลองพระองค์เครื่องแบบต่างๆ ในห้องนี้ล้วนเป็นของใช้ส่วนพระองค์ทั้งหมด และในที่นี้จะมี 5 ข้อสำคัญเกี่ยวกับสิ่งล้ำค่าเหล่านี้ที่เขาอยากแนะนำให้คนไทยรู้จักและชมเป็นเกียรติแก่ตา
1. ร้านไอดีล ราชวัตร
ชุดฉลองพระองค์เครื่องแบบทั้ง 3 เหล่าทัพ ได้แก่ ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารบก, ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารอากาศ, และฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารเรือ ซึ่งแต่ละกองทัพได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระองค์ท่าน
ฉลองพระองค์เครื่องแบบกองทัพอากาศนั้นจะมีขนาดเล็กที่สุด เนื่องจากพระองค์ยังทรงพระชนมพรรษาน้อย ส่วนฉลองพระองค์กองทัพบกและกองทัพเรือจะมีขนาดใกล้เคียงกัน โดยปกติแล้วเครื่องแบบพระองค์จะตัดที่ร้านตัดชุดเครื่องแบบข้าราชการชื่อ ไอดีล (ราชวัตร) ซึ่งเป็นร้านที่ตัดฉลองพระองค์ให้พระองค์อยู่เสมอ

2. ใช้ในงานราชพิธีต่างๆ ของกองทัพ
ชุดฉลองพระองค์แต่ละชุดที่จัดแสดงนี้ พระองค์จะทรงใช้ในงานราชการหรืองานราชพิธีที่เกี่ยวข้องกับแต่ละกองทัพ เช่น หากมีงานที่เกี่ยวข้องกับกองทัพบก พระองค์ก็จะทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบของกองทัพบก หรือหากมีภารกิจของกองทัพอากาศหรือการขึ้นเครื่องบิน พระองค์จะทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบกองทัพอากาศ และในกรณีพิธีการของกองทัพเรือ พระองค์ก็จะทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบกองทัพเรือ

3. สายยงยศ ‘จอมทัพไทย’ ยศสูงสุด
สายยงยศทำจากเชือกถักที่เป็นส่วนหนึ่งของชุดฉลองพระองค์เครื่องแบบทางทหาร ใช้เพื่อแสดงถึงพระราชยศสูงสุดของกองทัพไทย ซึ่งก็คือ ‘ยศจอมทัพไทย’ เป็นยศที่สูงที่สุดในกองทัพและมีเพียงพระมหากษัตริย์เท่านั้นที่สามารถทรงดำรงตำแหน่งนี้ได้เพียงพระองค์เดียว

สายยงยศนี้ได้รับพระราชทานยืมมาเพื่อจัดแสดงที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ โดยไม่มีกำหนดคืน และเป็นสายยงยศที่พระองค์ทรงใช้จริง ซึ่งมีความแตกต่างจากสายยงยศของราชองครักษ์ และต่างจากสายยงยศพิเศษอื่นๆ โดยลักษณะการถักเชือกของสายยงยศนี้จะเป็นการถักสองชั้น หรือเส้นคู่สองเส้น ต่างจากยศอื่นๆ ที่จะมีเพียงเส้นคู่เดียว
นอกจากนี้ยังมีเครื่องบอกยศอีกอย่างหนึ่งที่มีได้เฉพาะองค์จอมทัพไทย นั่นคือ พระคทาจอมทัพไทย ซึ่งถือเป็นพระคทาที่แสดงถึงความเป็นจอมทัพที่เหนือทั้ง 3 เหล่าทัพ

4. ส่วนประกอบของฉลองพระองค์
ส่วนประกอบของชุดฉลองพระองค์เครื่องแบบแต่ละชุดประกอบไปด้วย
- ฉลองพระองค์ด้านนอก
- ฉลองพระองค์ด้านใน
- พระสนับเพลา
- ถุงพระบาท
- ฉลองพระบาท

พันเอกเอกศักดิ์ได้เล่าว่า ชุดที่นำมาจัดแสดงนี้มีชื่อว่า เครื่องแบบทหารบก, เครื่องแบบเรือ, และเครื่องแบบอากาศ โดยเสื้อชั้นนอกจะมีลักษณะคอปกแบบคอแบะเหมือนเสื้อสูท ส่วนสีของเสื้อจะเลือกตามเหล่าทัพ เช่น ทัพบกจะเป็นสีเขียว, ทัพอากาศสีน้ำเงิน, และทัพเรือสีกากี แต่ถ้าเป็นชุดเต็มยศ จะเป็นเสื้อสีขาว คอปิด แขนยาว มีกระเป๋าเสื้อสองข้างที่มีกระดุมปก และประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามที่ได้รับพระราชทาน
ชุดปฏิบัติงานทั่วไปจะเป็นเสื้อคอพับในส่วนด้านอก ส่วนเสื้อด้านในจะเป็นเสื้อเชิ้ตพร้อมเนคไท และมีการประดับเครื่องหมายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทั้งสองแบบจะมีการติดเครื่องหมายเหมือนกันทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมีชุดสีแดงที่เรียกว่า ‘ชุดราชวัลลภ’ ซึ่งใช้ในพิธีการเดินสวนสนามในวันราชวัลลภ โดยเครื่องแบบจะมีความแตกต่างออกไป เช่น เสื้อจะเป็นสีแดงยาว และมีหมวกทรงพู่สีดำ เป็นต้น

5. ทรงเป็นแบบอย่างเรื่องความมัธยัสถ์
สิ่งที่น่าสนใจเมื่อได้เยี่ยมชมชุดฉลองพระองค์ คือ พระองค์ท่านทรงใช้งานชุดแต่ละชุดอย่างคุ้มค่าและไม่เปลี่ยนบ่อย ชุดที่เห็นในอนุสรณ์สถานแห่งชาติแม้จะเก่าไปบ้างแต่ก็ยังคงถูกซ่อมแซมและใช้งานต่อไป ฉลองพระบาทที่แสดงไว้ 4-5 คู่ ผ่านการใช้งานจนเก่ามาก แต่พระองค์ยังคงนำมาใช้ต่อ แม้บางครั้งของใช้เหล่านี้อาจถูกทิ้งไปแล้วหากเป็นของคนทั่วไป แต่พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างของความมัธยัสถ์ที่ประชาชนควรเรียนรู้

เมื่อได้ชมชุดฉลองพระองค์และเข้าใจถึงคำสอนของพระองค์ในเรื่องต่างๆ ผ่านพระราชกรณียกิจของกองทัพไทย รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก มันยิ่งทำให้รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาในแผ่นดินอันร่มเย็นของรัชกาลที่ 9
