กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่า ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัวแล้ว! หลายคนเริ่มชวนเพื่อนวางแผนเดินทางไปสัมผัสอากาศเย็นๆ ตามยอดดอยในภาคเหนือและภาคอีสาน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการชมทะเลหมอกในช่วงหน้าหนาว วันนี้ Mytourออนไลน์ ได้รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวที่คาดว่าจะได้เห็นหมอกปกคลุมพร้อมกับดวงอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า พร้อมข้อมูลอุณหภูมิที่ลดลงในแต่ละแห่ง เผื่อจะได้เตรียมตัวไปเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย
แล้วจะมีที่ไหนบ้าง ไปติดตามกันเลย
1. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์
สถานที่แรกที่นักท่องเที่ยวหลายคนมักคิดถึงก็คือ ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะเป็นจุดที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ได้สะดวกและยังมีจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามหลายแห่งตลอดทั้งปี ทั้งหมอกฝนและหมอกหนาว ในช่วงปลายปีนี้หลายคนก็เริ่มตั้งเป้าหมายไปที่ภูทับเบิกอีกครั้ง โดยอุณหภูมิกลางวันที่ 7 พ.ย. 2559 อยู่ที่ประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส ส่วนช่วงเช้าตรู่และค่ำอาจจะต่ำกว่านี้
ภูทับเบิกมีอากาศเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ยิ่งในช่วงฤดูหนาวอากาศที่นี่ยิ่งเย็นสบายและสดชื่น โดยเฉพาะจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ และชมทัศนียภาพของขุนเขาเรียงรายสวยงาม พร้อมทั้งยังสามารถชมไร่กะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

2. กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่
ต่อมาคือ กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ที่นักเดินทางหลายคนต้องการไปสัมผัสสภาพอากาศหนาว ที่นี่อุณหภูมิในช่วงต้นเดือน พ.ย. 2559 วัดได้ประมาณ 10 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางมาเที่ยวชมธรรมชาติและทะเลหมอกตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงช่วงสาย
ส่วนจุดอื่นๆ บนยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 6-10 องศาเซลเซียส ซึ่งดอยอินทนนท์เป็นดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,599 เมตร ทำให้มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่นี่มีทั้งน้ำตกแม่ยะ, โครงการหลวง, พระมหาธาตุเจดีย์ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่กิ่วแม่ปาน ถ้าสนใจสามารถสอบถามเส้นทางได้ที่โทร. 0-5326-8550 หรือถ้ามีเวลาแนะนำให้ไปเยือน ม่อนแจ่ม ดอยอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

3. ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย
อีกหนึ่งจุดที่ไม่ไกลจากเชียงใหม่คือ ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวหลายคนเลือกไปในช่วงหน้าหนาว ที่นี่เต็มไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติ, เส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์ชาวจีนยูนนาน, เรียนรู้วิธีชงชาและวัฒนธรรมจีนยูนนาน และไม่ควรพลาดอาหารอร่อยอย่าง ขาหมูหมั่นโถว พร้อมทั้งเที่ยวไร่ชาและสิงห์ปาร์ค นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปชมทะเลหมอกที่ 'ภูชี้ฟ้า' ได้อีกด้วย จากการตรวจสอบสภาพอากาศในต้นเดือน พ.ย. 2559 พบว่า อุณหภูมิของเชียงรายอยู่ที่ประมาณ 20-26 องศาเซลเซียส

4. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระบุรี
ถ้าอยากไปเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ แค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ต้องไปที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผืนป่าที่ครอบคลุมหลายจังหวัด ในช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ, ส่องสัตว์ยามค่ำ หรือแม้แต่การนอนกางเต็นท์นับดาวในคืนฟ้าเปิด นอกจากนี้ยังมีน้ำตกสวยๆ ให้เที่ยวชมเช่น น้ำตกเหวนรก และน้ำตกเหวสุวัต ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ที่ โทร. 0-3736-5033
แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่ไม่ควรพลาด เช่น ปาลิโอ เขาใหญ่ ตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์ หลักกิโลเมตรที่ 17 ซึ่งเหมาะสำหรับการช็อปปิ้ง ชิมอาหาร และแชะภาพในบรรยากาศเมืองสไตล์อิตาลี นอกจากนี้ยังมีฟาร์มเห็ดที่น่าสนใจ และถ้าไปไกลขึ้นก็จะพบฟาร์มแกะ ไร่องุ่นในปากช่อง อุณหภูมิช่วงนี้อยู่ที่ 21-24 องศาเซลเซียส รับรองว่าอากาศเย็นๆ จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับการเที่ยวอย่างเต็มที่

5. อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย
อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวที่ไม่ควรพลาดคือ อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย โดยในช่วงต้นเดือน พ.ย. 2559 อากาศในพื้นที่จังหวัดเลยมีอุณหภูมิที่หนาวเย็นมาก โดยที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ อุณหภูมิที่วัดได้อยู่ที่ 11 - 14 องศาเซลเซียส (ที่ยอดภูเรือ 11 องศาเซลเซียส) ส่วนที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อุณหภูมิที่วัดได้ 1 องศาเซลเซียส และที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุณหภูมิประมาณ 16.5 องศาเซลเซียส
ในช่วงนี้อุทยานแห่งชาติภูเรืออากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะในตอนเช้ามืดที่มีหมอกลงหนา ทำให้สามารถเห็นทะเลหมอกได้อย่างชัดเจนจากจุดชมวิว โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เริ่มเดินทางมาสัมผัสอากาศหนาวกันแล้ว คาดว่าในอนาคตจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 200 คนในช่วงเวลาไม่นานนี้

ในจังหวัดเลยกำลังจะมีการจัดงานเทศกาลต้นคริสต์มาส ครั้งที่ 5 ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 2559 จนถึง 31 ม.ค. 2560 ณ ลานคริสต์มาสที่ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นอุทยานแห่งชาติภูเรือ ซึ่งงานนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระราชดำริให้เกษตรกรในภาคเหนือของไทยเปลี่ยนจากการทำไร่เลื่อนลอยและปลูกฝิ่นมาปลูกไม้ดอกเมืองหนาวแทน
ภายในงานเทศกาลจะมีการจัดแสดงต้นคริสต์มาสกว่า 30,000 ต้น พร้อมกับการจำหน่ายสินค้าโอทอปและของที่ระลึกต่างๆ รวมถึงงานศิลปะปูนปั้น เช่น ตุ๊กตาปูนปั้น มีถนนอาหารและการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ภาพบางส่วนจาก: FB ภูเรือ จังหวัดเลย
