ได้เวลาออกไปสนุกกันแล้ว! ฝนโปรยลงมาช่วยให้เรารู้สึกเย็นสบาย ถึงแม้ฝนจะตก แต่สายเที่ยวก็ยังคงเดินหน้าต่อ เพราะในฤดูนี้มีสถานที่สวยๆ ให้เราไปเยือนมากมาย ออกไปสูดอากาศสดชื่นต้อนรับฝนแรกของปี 2559 กันเถอะ
คู่มือเที่ยว Mytourออนไลน์ ในสัปดาห์นี้จะพาคุณไปค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงฝนที่น่าสนใจ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เท่าไรนัก สถานที่เที่ยวสุดชิลที่เหมาะกับวันหยุดสุดสัปดาห์ เพียง 2 วันก็เที่ยวได้สบายๆ แถมที่พักและอาหารก็ไม่แพงเกินไป
1. น้ำตกเจ็ดคต โป่งก้อนเส้า จ.สระบุรี
สถานที่แรกที่อยากแนะนำ คือ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า ต.ท่ามะปราง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ที่นี่มีเสน่ห์ตรงที่แรกคือใกล้กรุงเทพฯ, สองคือมีเส้นทางเดินป่าที่เขียวขจีและสวยงาม, สามคือที่นี่เป็นแหล่งที่มีเห็ดแชมเปญที่ขึ้นชื่อ ซึ่งใครๆ ก็อยากมาถ่ายภาพเก็บไว้

นอกจากนี้ยังมีพืชพันธุ์ป่านานาชนิดให้ได้ชม เช่น เอื้องหมายนา ดอกพนมสวรรค์ ต้นไคร้น้ำ เฟิร์นก้านดำ กระแตไต่ไม้ และสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ปูหิน แมลงปอน้ำตก รวมถึงผีเสื้อจากหลากหลายสายพันธุ์
วางแผนกันให้ดี! ไปกันช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้เลยก็ได้ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯ แห่งนี้นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญไม่แพ้เขาใหญ่ มีเส้นทางเดินป่าให้เลือกหลากหลาย มีบ้านพักให้บริการ มีจุดกางเต็นท์ และยังมีร้านค้าสวัสดิการขายของจำเป็น อาหารแห้ง ของที่ระลึก และขนมขบเคี้ยวเล็กๆ น้อยๆ

การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ขับรถบนถนนพหลโยธิน แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนมิตรภาพมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครราชสีมา ขับไปประมาณ 20 กม. กลับรถที่หน้าเทศบาลทับกวาง แล้วขับตรงไปจนเห็นแยกซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายและขับต่อไปประมาณ 20 กม. ก็จะถึงจุดหมาย ระยะทางรวมประมาณ 130 กม. สำหรับใครที่ต้องการติดต่อบ้านพักสามารถโทร. 08-9237-8659, 08-5968-3520, 08-0019-2762
2. ทุ่งดอกกระเจียว จ.ชัยภูมิ
สำหรับงานเทศกาลท่องเที่ยวชมทุ่งดอกกระเจียวได้เริ่มต้นแล้ว ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ซึ่งช่วงหน้าฝนที่นี่จะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ปีนี้จะเปิดให้เที่ยวชมตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. 2559 เป็นต้นไป

ทุ่งดอกกระเจียวปีนี้เปิดให้ชมตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2559 สามารถวางแผนการเที่ยวได้ยาวๆ โดยไม่ต้องรีบร้อน นอกจากการชมทุ่งดอกกระเจียวสีชมพูแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษต่างๆ เช่น การจัดจำหน่ายสินค้า OTOP การเดินป่าไปชมวิวที่สวยที่สุด ทุ่งบัวสวรรค์ และลานหินงาม เป็นต้น
การเดินทาง: หากคุณสนใจไปเที่ยวที่นี่ ลองติดต่อสอบถามเรื่องที่พักและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ อำเภอเทพสถิต โทร. 0-4485-7099, อบจ.ชัยภูมิ โทร. 0-4481-1376, อุทยานแห่งชาติไทรทอง โทร. 08-1877-8485 และ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม โทร. 0-4489-0105
3. ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์
ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ต้องรอ สามารถไปล่าทะเลหมอกได้ทันที ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2559 ได้รับข้อมูลจากเจ้าของบ้านพักบนภูทับเบิกว่า ช่วงนี้ฝนตกเบาๆ แต่ก็ทำให้เห็นทะเลหมอกได้แล้ว ใครที่กังวลเรื่องฝนฟ้าคะนองก็ไม่ต้องกังวล เพราะฝนที่ตกนั้นไม่ได้รุนแรงถึงขั้นพายุ แต่เป็นฝนเบาๆ ที่ไม่ส่งผลกระทบ

ภูทับเบิก ถือเป็นจุดสูงสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีจุดชมทะเลหมอกที่สามารถชมได้เกือบ 360 องศา ทะเลหมอกจะลอยไปตามยอดเขาและท้องฟ้าอย่างสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม จะเป็นช่วงที่มีทะเลหมอกให้ชมได้ง่ายที่สุด
การเดินทาง: ตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ต.วังบาล จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ ขับรถมาทางหล่มเก่าไปภูหินร่องกล้า ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กม. ไปถึงสี่แยกหล่มสัก ให้ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 203 จนพบป้ายทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากนั้นขับต่อบนทางหลวง 2011 แล้วเปลี่ยนไปทางหลวง 2331 อีก 40 กม. เมื่อถึงด่านอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ให้ตรงไปและเลี้ยวขวาเข้าทับเบิก 6 กม.
4. เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
มาต่อกันที่แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมไม่เคยตกกระแสในฤดูฝน นั่นคือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แหล่งพักผ่อนของเหล่านักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ที่นี่มีเส้นทางเดินป่าหลายเส้นทางให้เลือกชม สัมผัสน้ำตกสวยๆ และความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยพืชพันธุ์ไม้ป่าเขียวขจี แต่ก็อย่าลืมระมัดระวังทากดูดเลือดกันด้วยนะ!

เส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้แก่ เส้นทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกรองแก้ว ไปยังอ่างเก็บน้ำเหวสุวัต เดินเท้าประมาณ 8 กม. โดยมีเจ้าหน้าที่นำทาง ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ระหว่างทางจะได้เห็นพืชพรรณสวยๆ มากมาย อีกเส้นทางที่น่าสนใจคือ จากจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้ ไปยังน้ำตกเหวสุวัต ระยะทาง 3 กม. เดินเลียบลำธารและผ่านน้ำตกผากล้วยไม้ สุดท้ายไปถึงน้ำตกเหวสุวัต ที่นี่มีบ้านพักและจุดกางเต็นท์ให้บริการ

การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ให้ขับรถไปตามถนนพหลโยธิน ผ่านรังสิต-สระบุรี เมื่อถึงแยกที่ก่อนถึง อ.ปากช่อง กม.ที่ 58 ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนธนะรัตน์ ต่อไปจนถึงด่านเขาใหญ่ มุ่งหน้าตรงไปที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ระยะทางประมาณ 190 กม.
5. ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังคงความสมบูรณ์ของป่าไม้อยู่มาก ยอดภูสอยดาวมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ช่วงที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวคือช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ส.ค. 2559

เส้นทางที่น่าสนใจเริ่มจากน้ำตกภูสอยดาวขึ้นไปยังยอดภู ระยะทางประมาณ 7 กม. ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-5 ชั่วโมง ระหว่างทางนักท่องเที่ยวสามารถพบกับดอกไม้ป่าหายากหลายชนิด เช่น หงอนนาค สร้อยสุวรรณา เอื้องหมายนา ลิลลี่ป่า ลิ้นมังกร กระดุมเงิน และว่านไก่แดง
การเดินทาง: จากตัวเมืองอุตรดิตถ์ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1047 (อุตรดิตถ์-น้ำปาด) ไปจนถึงน้ำปาด จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1239 ขับตรงไปอีก 47 กม. แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1268 และขับต่อไปอีก 18 กม. จนถึงที่ทำการอุทยานฯ รวมระยะทางประมาณ 133 กม. สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว โทร. 0-5543-6001-2

