ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าร่างกายมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของผืนแผ่นดิน และไม่สามารถแยกออกจากธรรมชาติได้ พวกเขาจึงมีความเข้าใจในตัวตนของตนเองและสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยอดเยี่ยม หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในช่วงอากาศหนาว คือการลงแช่ตัวในน้ำพุร้อนที่ไหลขึ้นมาจากใต้ดิน ซึ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์และบริสุทธิ์ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้สมองปลอดโปร่งและรู้สึกดีทันทีที่ลงไป
ญี่ปุ่นมีแหล่งน้ำพุร้อนมากถึง 27,000 แห่ง และมีบ่อน้ำร้อนที่สร้างเป็นที่พักบริการนักท่องเที่ยวกว่า 3,000 แห่ง ดังนั้นจะเลือกไปที่ไหนดี? GQ ได้จัดอันดับมาให้คุณแล้ว
1. โฮชิออนเซ็น โชจุกัง จังหวัดกุนมะ
www.hoshi-onsen.jp
กล่าวกันว่าเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติซึ่ง Kobo Daishi ผู้เผยแพร่คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นผู้ค้นพบระหว่างออกเดินทางเพื่อเผยแผ่ศาสนา เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือน้ำพุร้อนที่ไหลผ่านหินที่อยู่ก้นบ่อพร้อมกับอัญมณีต่างๆ ห้องอาบน้ำที่เรียงรายกัน 4 ห้องมีอายุร่วมศตวรรษ ห้องบ่อใหญ่จะเป็นบ่อรวม อุณหภูมิของน้ำจะแตกต่างกันในแต่ละบ่อเนื่องจากขึ้นอยู่กับแหล่งน้ำตามธรรมชาติ อาคารเก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่ปี 1875 (ปีเมจิที่ 8) ให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับเข้าไปอยู่ในยุคโบราณ ราวกับว่าเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่แอบซ่อนอยู่อย่างลึกลับ

GQ Tips
น้ำพุร้อนของที่นี่ทั้งใสและนุ่มนวล ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายผ่อนคลายได้แบบที่การนวดก็ทำไม่ได้ แนะนำให้ใช้เวลาอ้อยอิ่งในโถงโฮริว ซึ่งสร้างขึ้นในยุคสมัยที่แตกต่างกัน เตาผิงที่อยู่ทางด้านขวาของประตูทางเข้าเป็นสถานที่ที่แขกผู้มาพักจะได้พบปะพูดคุยกันท่ามกลางเสียงไม้เผาในเตาผิงและบทสนทนาที่อบอุ่น
2. อาโซะ จังหวัดคุมาโมโตะ
http://kai-aso.jp
รีสอร์ตโฮชิโนะ ไค อาโซะออกแบบห้องพักทุกห้องโดยอิจิโร่ ซาโต้ ใช้ความอบอุ่นจากไม้และหินเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผสมผสานความโมเดิร์นเข้ากับธรรมชาติ เพดานสูงถึง 4 เมตร และหน้าต่างขนาดใหญ่ทำให้ห้องดูโปร่งสบาย นอกจากนี้ยังมีน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ห้องพักทุกห้องได้รับการออกแบบให้มีความรู้สึกเหมือนถูกล้อมรอบด้วยป่า ทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับสายตาจากภายนอก บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งในแต่ละห้องมีขนาด 2 เมตร และตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้ ทำให้คุณรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติ


GQ Tips
หากได้แช่น้ำพุร้อนท่ามกลางแสงแดดและชมวิวที่สวยงาม คุณจะลืมเวลาไปเลย อย่าพลาดโปรแกรม "BAR แอ่งภูเขาไฟ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี่
3. อามากุสะ จังหวัดคุมาโมโตะ
www.rikyu5.jp
โรงแรมอิชิยามะริคิว โกโซะโนะคุซึ ตั้งอยู่ในฝั่งตะวันตกของจังหวัดคุมาโมโตะ เป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์ตะวันออกและตะวันตกอย่างลงตัว ที่พักมีการแบ่งออกเป็นวิลล่า A, B และ C ที่นำเสนอทั้งความเก่าและใหม่ของอามะกุสะ โดยวิลล่า C ที่ตั้งอยู่บนภูเขาจะได้รับแรงบันดาลใจจากยุคกลาง ซึ่งผู้เข้าพักจะได้สัมผัสกับการออกแบบที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ การมาพักยังเต็มไปด้วยประสบการณ์ในการแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติจากแหล่งน้ำชิโมดะที่มีอายุยาวนานกว่า 700 ปี ซึ่งมีประโยชน์ต่อการหมุนเวียนของเลือดและระบบประสาท


เคล็ดลับจาก GQ
การชมพระอาทิตย์ตกที่ทะเลจีนตะวันออกถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ลองเข้าพักอย่างน้อยสองคืนเพื่อสัมผัสห้องพักทั้งสองแบบจะได้สัมผัสประสบการณ์อย่างครบถ้วน
4. ยูฮิงะอุระออนเซ็น จังหวัดเกียวโต
www.ama-yadori.com
ยูฮิงะอุระออนเซ็นตั้งอยู่ภายในที่พักอุโจ โซอัน ใกล้กับอ่าวคุมิฮามะ ห้องพักทุกห้องมีความเป็นส่วนตัว โดยแยกออกจากกัน บ้านเก่าแก่ที่อยู่ภายในนั้นมีอายุกว่า 150 ปี ภายในห้องพักแต่ละห้องจะมีบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งที่ใช้กระจกเป็นเพดาน ทำให้คุณรู้สึกถึงความโล่งโปร่งและใกล้ชิดธรรมชาติ น้ำพุร้อนมีคุณสมบัติที่ช่วยให้ผิวพรรณสดใส เพราะมีความเป็นด่างต่ำ สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคืออาหารท้องถิ่นจากแถบคันไซที่คัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาล โดยเฉพาะในห้องอาหารส่วนตัว "อามะซึมิสุ” ที่จะเสิร์ฟวัตถุดิบสดใหม่จากพื้นที่ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างเต็มที่

เคล็ดลับจาก GQ
- แนะนำให้เลือกแผนท่องเที่ยวแบบ "Daizagani" รับรองว่าฤดูหนาวในทังโกะจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน
- เห็ดมัสซึทาเกะในช่วงนี้จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่คุณจะไม่มีทางลืมได้เลย
5. โอซาวะออนเซ็น จังหวัดอิวาเตะ
www.oosawaonsen.com
โอซาวะออนเซ็น จิซุยบุ โทจิยะ มีทั้งบ่อน้ำพุร้อนที่ใช้รักษาโรคแบบดั้งเดิมและครัวรวมที่ให้ผู้เข้าพักสามารถทำอาหารได้เอง ระบบการบริการเข้าใจง่าย แขกสามารถจ่ายเฉพาะสิ่งที่ใช้ เช่น เครื่องนอน ชุดยูกาตะ และวัตถุดิบในการทำอาหาร หรือจะนำของมาด้วยตัวเองก็ได้ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมบริการที่หลากหลายให้เลือกถึง 5 แบบ ไม่ว่าจะมาเป็นกลุ่ม มาเดี่ยว หรือมาคู่ ก็สามารถสนุกและผ่อนคลายได้เต็มที่

เคล็ดลับจาก GQ
แม้ที่นี่จะมีอุปกรณ์ให้แขกทำอาหารเอง แต่หากไม่อยากยุ่งยากก็สามารถสั่งอาหารจากที่พักในเครือเดียวกันที่มีอยู่สองแห่งได้ นอกจากนี้บ่อน้ำพุร้อนรวมที่อยู่ขนาบข้างแม่น้ำก็เหมาะมากสำหรับคู่รักที่ต้องการแช่น้ำร่วมกัน ส่วน "น้ำพุร้อนรักษาโรค" ในโรงอาบน้ำรวมนั้นเป็นน้ำพุร้อนที่มีสีใสและมีค่าเป็นด่าง มีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้า และรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคทางเดินอาหารเรื้อรัง อาการปวดข้อต่อและโรคประสาท
6. นิวโตะออนเซ็น จังหวัดอาคิตะ
www.tsurunoyu.com
หนึ่งในจุดเด่นที่น่าสนใจของนิวโตะออนเซ็นในเรียวกังซึรุโนะยุ คือควันสีขาวที่ลอยขึ้นเหนือผิวน้ำพร้อมกลิ่นกำมะถันซึ่งเชื่อว่าเป็นประโยชน์ในการรักษาโรคความดันโลหิตสูงและเส้นเลือดแข็ง ตัวบ่อน้ำพุร้อนสามารถใช้บริการแยกจากที่พักได้ โดยเฉพาะในวันจันทร์จะมีการจำกัดการใช้บริการที่บ่อภายในเรียวกังซึรุโนะยุ ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านน้ำพุร้อนบนภูเขานิวโตะ จังหวัดอาคิตะ ที่มีประวัติยาวนานคุณภาพน้ำพุร้อนของที่นี่หลากหลาย และเส้นทางสู่ที่พักล้อมรอบด้วยธรรมชาติในหุบเขา

GQ Tips
ท่านสามารถจองที่พักได้ทางโทรศัพท์หมายเลข (0187-46-2139) ทุกห้องจะมีบริการเสิร์ฟอาหารที่ห้องพัก ยกเว้นห้องพักที่ 2 และ 3 โดยอาหารจะมาในหม้อไฟญี่ปุ่นในภาชนะทาสีแบบ Kawatsura-nuri ที่มีรสชาติอร่อยสุดๆ ช่วงฤดูหนาวเป็นเวลาที่แนะนำให้มาพัก เพราะท่านจะได้พบกับบ่อน้ำพุร้อนท่ามกลางหิมะที่คุณเคยจินตนาการ ส่วนที่พักยังมีเตาผิงและหลังคาใบจากที่เพิ่มความอบอุ่นไม่ผิดหวังแน่นอน
7. ชิโอะบาระออนเซ็น จังหวัดโทจิกิ
www.myogaya.com
ออนเซ็นที่ตั้งอยู่ในที่พักเมียวกะยะฮอนกังจะทำให้เราได้สัมผัสกับแรงดันจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่หลั่งไหลออกมา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปี 2012 จุดเด่นคือการที่น้ำมีสีดำเหมือนหมึก น้ำทุกบ่อรวมถึงที่พักในเครือก็ได้มาจากแหล่งน้ำพุธรรมชาติทั้งหมด สิ่งที่น่าสนใจที่สุดที่นี่คือบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในหุบเขา คุณจะได้เพลิดเพลินกับวิวของแม่น้ำพร้อมกับเสียงคลื่นกระทบหิน มีบ่อออนเซ็นหลายประเภทให้เลือก รวมถึงบ่อน้ำสองสีที่เรียกว่า ‘นิโกะริยุ’

เคล็ดลับจาก GQ
สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือศาลาโบราณที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์เรโทร ซึ่งผสมผสานความเป็นตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัว ศาลานี้ออกแบบโดยเก็นอิจิโระ ซูซูกิ ลูกศิษย์ของ Frank Lloyd Wright
น้ำพุร้อนที่นี่เป็นน้ำเกลือที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นจากภายใน เมื่อคุณออกมาจากบ่อน้ำพุ คุณอาจจะรู้สึกเหงื่อไหลไม่หยุด อย่าตกใจนะครับ
8. บ่อน้ำพุร้อนอาราชิยามะ จังหวัดเกียวโต
www.suirankyoto.com
บ่อน้ำพุร้อนในอาราชิยามะที่อยู่ในซุยรัน ลักชัวรี่ คอลเล็กชั่น โฮเทล เกียวโต ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2015 มีห้องพักทั้งหมด 35 ห้อง โดยมีห้องที่มีบ่อน้ำพุร้อนในตัว 17 ห้อง น้ำพุร้อนที่นี่มีคุณภาพสูงและเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีค่าความเป็นด่างต่ำ อีกทั้งห้องอาหาร "เคียว ซุยรัน" ยังเคยเป็นบ้านพักของโชโซ คาวาซากิ ผู้ที่ก่อตั้งตำนานแบรนด์คาวาซากิอีกด้วย

GQ Tips
- อย่าลืมจองโต๊ะที่ร้านเทปันยากิ "คันซัง" เพื่อประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
- ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือนที่นี่ เพราะคุณจะสามารถชมวิวของใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขาอาราชิยามะได้จากห้องพัก
- บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง "ราคุ" ให้บริการเฉพาะแขกที่พักในโรงแรมและต้องทำการจองล่วงหน้าเท่านั้น
9. อุระบังได จังหวัดฟุกุชิมะ
www.hotelliaalto.com
โฮเตลลิ อารุโตะ ตั้งอยู่บนภูเขา มีคอนเซ็ปต์ที่ผสมผสานระหว่างเรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นและไลฟ์สไตล์แบบยุโรปตอนเหนือ สถาปนิกสามคนได้ร่วมกันปรับปรุงบ้านพักบนภูเขาที่มีอายุประมาณ 40 ปี ให้กลายเป็นห้องพักทั้ง 13 ห้องที่มีการออกแบบในสไตล์ยุโรปตอนเหนือ โดยในห้องพักเดี่ยวมีเตาผิงในตัว ระเบียง และบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัว

GQ Tips
ในช่วงกลางฤดูหนาว บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งจะมีความงดงามอย่างยิ่ง เหมือนกับการอาบน้ำในถ้ำหิมะเลยทีเดียว
10. บ่อน้ำพุร้อนฮิงาชินารุโกะ จังหวัดมิยะงิ
www.ohnuma.co.jp
บ่อน้ำพุร้อนฮิงาชินารุโกะตั้งอยู่ที่ฮาคุเน็น ยูยาโดะ เรียวกัง โอนุมะ ซึ่งมีชื่อเสียงด้านน้ำพุร้อนเกลือโซเดียม ไฮโดรเจน คาร์บอเนตจากแหล่งน้ำพุส่วนตัวที่ช่วยให้ผิวพรรณเนียนนุ่มและสดใส เนื่องจากสามารถขจัดเซลล์ผิวเก่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห้องพักทุกห้องเป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่น และที่นี่ยังมีโรงอาบน้ำพุร้อนเพื่อการรักษาโรคให้เลือกถึง 4 แบบ ไฮไลต์สำคัญคือบ่อน้ำพุร้อนนารุโกะ ซึ่งมีประวัติอันยาวนานถึง 1,200 ปี

GQ Tips
- สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ควรลองบ่อรวม "Yakushi Senri Furo" ซึ่งใช้น้ำที่ผสมหินเพื่อการรักษา เช่น "อินโนะยุ" หรือบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง "โมริโนะยุ" ที่ตั้งอยู่ด้านหลังภูเขา ซึ่งมอบประสบการณ์พิเศษ (จำเป็นต้องจองล่วงหน้าและมีค่าบริการเพิ่มเติม)
- อีกหนึ่งไฮไลต์คืออาหารมังสวิรัติและข้าวกล้องหอมๆ
ที่มา - http://www.gqthailand.com/life/view/?url=10-hotttest-onsen-of-japan
ที่มา - GQ Thailand
www.gqthailand.com
