กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ไม่ทำให้ใครต้องผิดหวังจริงๆ สำหรับ ArtBox Signature ที่รวบรวมสินค้าสไตล์ Flea Market หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า ตลาดนัดแห่งปีซึ่งทุกคนตั้งตารอ โดยครั้งนี้จัดใกล้ๆ The Em District ในธีม ArtBox the Glass ต้องบอกว่าสาวกสินค้าทำมือห้ามพลาด เพราะมีของเด็ดๆ มาให้ชมเต็มไปหมด
เมื่อได้ยินว่า ArtBox กลับมาอีกครั้ง Mytourออนไลน์ ก็ไม่รอช้ารีบไปสัมผัสบรรยากาศของตลาดนัดแห่งนี้ทันที ครั้งนี้พิเศษกว่าเดิม เพราะจะจัดต่อเนื่องไปยาวๆ เกือบ 4 เดือน ตั้งแต่ 18 มีนาคม - 19 มิถุนายน 2559 ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 15.00 - 24.00 น.
เนื่องจากเราไม่พลาดไปตั้งแต่วันแรกเลยเก็บภาพบรรยากาศสดใสพร้อมร้านเด็ดๆ มาฝากกัน 10 ร้านที่คุณจะต้องถูกใจ ตามมาดูกันเลยว่าจะมีร้านไหนถูกใจคุณบ้างหรือไม่

เริ่มต้นกันที่โซนแฟชั่นและสินค้าทำมือ...
1. The Vintage Light Bulbs
ร้านนี้จำหน่ายหลอดไฟแนววินเทจที่ออกแบบได้อย่างมีเอกลักษณ์ ไส้หลอดไฟถูกดีไซน์ให้ดูเก๋ๆ ฐานหลอดทำจากไม้ สามารถนำไปวางประดับในห้องได้อย่างสวยงามและแปลกตา แค่เสียบปลั๊กไฟก็ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญสามารถปรับความสว่างของหลอดไฟได้ตามต้องการ หลอดไฟขนาดใหญ่เป็น LED ให้ความสว่างมาก ไม่ร้อน ราคาประมาณ 1,000 บาท ส่วนหลอดขนาดเล็กจะเป็นหลอดไฟที่มีแสงสีเหลืองนวล ราคาประมาณ 600 บาท


2. TA MAE KRAE (ตะ-แมะ-แคระ)
ร้านนี้มีสินค้าประเภทกล่องไม้หลากหลายขนาดสำหรับเก็บของจุกจิก มีทั้งกล่องดินสอไม้สวยๆ และกล่องใส่นามบัตรที่ออกแบบมาอย่างเก๋ๆ ใครชื่นชอบงานไม้จะต้องตกหลุมรักสินค้าในร้านนี้ กล่องไม้ขนาดเล็ก ราคา 100 บาท ส่วนกล่องเหล็กเพ้นท์มือใส่นามบัตร ราคา 220 บาท


3. Rise Leather 100%
ร้านนี้เป็นร้านเครื่องหนังแท้ที่มีสินค้าแฮนด์เมดจากหนังหลากหลายชนิด ทั้งกระเป๋าเอกสาร กระเป๋าสตางค์ เข็มขัด และสร้อยข้อมือ แต่น่าสนใจที่สุดคือพวงกุญแจรูปสัตว์ต่างๆ ที่ทั้งน่ารักและใช้งานได้ทุกเพศทุกวัย ราคาตัวละ 179 บาท (ยกเว้นตุ๊กตาม้า ที่ทำยากหน่อย ราคาจะอยู่ที่ 200 บาท)


4. Madoo Madoo
ร้านนี้จะต้องถูกใจสาวๆ แน่นอน เพราะเป็นร้านที่จำหน่ายเสื้อผ้าโบฮีเมียนสีสันสดใส มีทั้งเสื้อสายเดี่ยว เสื้อคลุม และกางเกง แถมแม่ค้าก็น่ารักเป็นกันเองสุดๆ ราคาของเสื้อเริ่มต้นที่ 320 บาทเท่านั้น


5. Fabbiz
ร้านนี้ขายตุ๊กตาผ้าทำมือที่เย็บด้วยมืออย่างประณีต แต่ละตัวมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร สามารถนำไปตั้งโชว์ตกแต่งบ้าน หรือใช้เป็นที่เก็บเครื่องประดับต่างๆ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ หรือจะใช้เป็นตุ๊กตาสัตว์น่ารักๆ อย่างแมว กระต่าย เป็ด และนกฮูก สนนราคาประมาณ 350-390 บาท แม่ค้าบอกว่าเจ้าตุ๊กตาสามารถซักได้ตามปกติ ไม่ต้องกลัวพังแน่นอน


หลังจากที่ได้ชมสินค้าเก๋ๆ จากโซนแฟชั่นและแฮนด์เมดแล้ว ก็ถึงเวลามาแวะชมของอร่อยในโซนอาหารและฟู้ดทรัคกันบ้าง...
6. FUKU Japanese Sushi Bar
ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเมนูสุดอร่อยมากมาย เช่น ซูชิ ซาซิมิแซลมอนสดๆ และเมนูอื่นๆ เจ้าของร้านเป็นมิตรและเป็นกันเอง ใครที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น ไม่ควรพลาดที่จะมาลอง

7. DONI NACHO
ร้านนี้ขายนาโชส์เม็กซิกันที่อร่อยมาก โดยเป็นแผ่นแป้งข้าวโพดบางกรอบราดด้วยชีสซอส สำหรับคนที่ชื่นชอบชีส ต้องมาลองอย่างแน่นอน มีให้เลือก 2 เมนู คือ นาโชส์ชีส ราคา 99 บาท และนาโชส์ชีสเบคอนและผัก ราคา 139 บาท หรือจะเพิ่มท็อปปิ้งอย่างอื่น ก็สามารถเพิ่มได้ในราคา 20 บาทต่อท็อปปิ้ง


8. High Cocktail
ร้านนี้เสิร์ฟเครื่องดื่มสำหรับผู้ใหญ่ที่มีสีสันสดใส ตัวเครื่องดื่มมีบอดี้ที่พลิ้วไหวดูสวยงาม เสิร์ฟในขวดแก้วแบนๆ ซึ่งเจ้าของร้านบอกว่าเป็นร้านแรกในไทยที่นำเสนอแบบนี้ เมนูยอดนิยมได้แก่ เมล่อนและมิราเคิล ราคาขวดละ 150 บาท แต่ขอบอกว่าเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ในวัยทำงาน ไม่แนะนำสำหรับเด็กและเยาวชน

9. Fried World
ร้านนี้นำเสนอเฟรนช์ฟรายทอดที่ราดซอสและท็อปปิ้งที่เพิ่มความอร่อยเข้าไปอีกหลากหลายแบบ เช่น Vodka salmon, Fried ไข่เค็ม, Ham and cheese, Carbonara, Black carbonara, Pork Ragu ราคาอยู่ที่ถาดละ 80-100 บาท

10. Bloody Drink
ร้านนี้เสิร์ฟพั้นช์รสชาติอร่อย สดชื่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีทั้งพั้นช์แดงและพั้นช์น้ำเงิน รสหวานและเปรี้ยวกลมกล่อม เครื่องดื่มอาจดูเหมือนทั่วไป แต่ที่โดดเด่นคือการเสิร์ฟมาในถุงคล้ายกับถุงบริจาคเลือด และต้องดูดจากสายสลิง แฟนๆ สายผีดิบคงฟินไปตามๆ กัน


การเดินทาง: หากเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า สะดวกที่สุดให้ลงที่สถานีพร้อมพงษ์ และออกทางออกที่ 6 จากนั้นเดินตรงมาอีกประมาณ 200-300 เมตร ผ่านอุทยานเบญจสิริ และสังเกตทางซ้ายมือให้ดี จะเห็นป้ายงาน ArtBox ขนาดใหญ่ประดับไฟสีเหลือง นั่นคือประตูทางเข้างาน พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจกระเป๋าหน้าทางเข้า
